ท่องเที่ยวถูกใจ กดไลค์ “บางแสน”

0

เมื่อเรานึกถึง “ทะเล” ที่อยู่ใกล้กรุงเทพฯ การเดินทางสะดวกสบาย บรรยากาศดี สถานที่สะอาด สามารถลงเล่นน้ำก็ได้ นอนเล่นรับลมเย็นๆ ริมทะเลก็ดี สนนราคาของอาหารการกินก็ไม่แพง แถมมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอื่นๆ อยู่ใกล้เคียงอีก … “บางแสน” คือ คำตอบสุดท้าย และโดนใจสุดๆ ณ ตอนนี้ครับ
“บางแสน” เมืองท่องเที่ยวชายทะเลที่มีหาดทรายสวยทอดยาวไกลกว่า 6 กิโลเมตร และมีแนวทิวมะพร้าวพลิ้วไหวเกือบตลอดชายหาด เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ถูกใจของใครหลายๆ คน เรียกว่าตั้งแต่รุ่นลูก รุ่นหลาน วัยรุ่นหนุ่มสาว ไปจนถึงวัยผู้ใหญ่หลายๆ ท่านที่คงคุ้นเคยกับทะเลบางแสนแห่งนี้มายาวนานกว่าหลายสิบปีครับ
คู่หูเดินทางฉบับนี้ ขอพาคุณผู้อ่านมาอัพเดทบางแสนวันนี้กันว่า เหตุใด และเพราะอะไรหาดทรายแห่งนี้จึงไม่เคยห่างไกลจากใจของผู้คนทุกเพศทุกวัยเลย
การเดินทางมาเที่ยวบางแสนนั้นสามารถมาได้หาหลายเส้นทาง ขับรถเพลินๆ จากกรุงเทพฯ ไม่ถึงชั่วโมง คุณก็ได้มาพักผ่อนนอนเล่นชิลล์ๆ ที่ริมทะเลกันแล้ว จะเดินทางมาโดยรถยนต์ส่วนตัว หรือรถโดยสารสาธารณะก็ได้ ไม่มีปัญหา จากถนนสุขุมวิท เจอสามแยกไฟแดงบางแสนให้เลี้ยวขวามุ่งหน้าตรงสู่ถนนหาดบางแสน เมื่อสุดถนนคุณก็จะเจอป้ายปูนประติมากรรมลอยตัวสูงใหญ่ที่มีฉากหลังเป็นทิวมะพร้าว ท้องฟ้า และท้องทะเล เขียนว่า ”ยินดีต้อนรับสู่บางแสน” จุดนี้จะเรียกว่า “วงเวียนบางแสน”
จากวงเวียนบางแสน หันหน้าออกทะเลหากเลี้ยวไปทางซ้าย ก็จะเจอ หาดบางแสนล่าง หรือ หาดวอนนภา อันเป็นชายหาดตอนใต้สุด บรรยากาศที่นี่จะเงียบสงบกว่าหาดบางแสน นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ไม่นิยมเล่นน้ำในบริเวณนี้ เพราะโขดหินค่อนข้างเยอะ เมื่อขับรถมาจนสุดหาดคุณก็จะได้พบกับแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของที่นี่ A Place We Stand Showcase @บางแสน ซึ่งอยู่ภายในบริเวณสวนสาธารณะชุมชนเทศบาลเมืองแสนสุข(บางแสน) จ.ชลบุรี หนึ่งในโครงการดีๆ ที่ทางผลิตภัณฑ์ตราช้างได้สร้างขึ้นเพื่อให้เป็นสาธารณะประโยชน์แก่ผู้คนที่อยู่อาศัยในบริเวณนั้นและนักท่องเที่ยวทั่วไปได้มาใช้ประโยชน์กัน โดยเชิญ 3 สถาปนิกชั้นนำมาออกแบบ เพื่อเป็นอีกหนึ่งแรงบันดาลใจให้กับเด็กและเยาวชนรุ่นต่อๆ ไปที่สนใจงานด้านนี้ โดยทั้ง 3 สถานที่นั้นมาครบแบบจัดเต็ม ทั้งงานดีไซด์ที่สวย เก๋ เท่ แปลกตา พร้อมใช้งานได้จริง เริ่มจาก ห้องสมุด Live for Reading Room ผลงานการออกแบบของคุณดวงฤทธิ์ บุนนาค สร้างจากวัสดุหลัก แผ่นโปร่งแสง และไม้ มีประตูบานใหญ่เปิดเข้าออกได้สองทางหน้าหลัง ทำให้การระบายลมภายในตัวอาคารเย็นสบายไม่ร้อนอบอ้าว นั่งอ่านหนังสือได้สบายๆ ภายใต้แสงอุ่นๆ จากธรรมชาติ และเมื่อท้องฟ้าเริ่มมืดไฟส่องสว่างก็จะเปิดขึ้น เพื่อช่วยให้คุณอ่านหนังสือได้สบายตา
สำหรับคนรักการอ่าน คงไม่มีอะไรดีไปกว่าการได้อ่านหนังสือที่เราชอบ ในบรรยากาศที่ชิลล์แบบนี้อีกแล้ว… ถ้ามาเที่ยวทะเลบางแสนแล้วลืมพกหนังสือเล่มโปรดติดมา ก็อย่าลืมแวะห้องสมุด Live for Reading Room นะครับ เพราะนอกจากสถานที่จะสวยแล้ว ที่นี่อาจมีหนังสือดีๆ หลายเล่มรอคุณอยู่

1 2 3 4 5 6 7 8

อีกหนึ่งงานก่อสร้างที่มีสีแดงสวยเด่นเห็นแต่ไกล มาพร้อมกับการออกแบบโครงสร้างที่ดูเป็นมิติ ชื่อว่า สนามผู้ใหญ่เล่น The Labyrinth เป็นผลงานการออกแบบของคุณปิตุพงษ์ เชาวกุล ที่ใช้เทคนิคการผสมสีแดงลงไปในเนื้อปูน เพื่อความคงทนของสีที่อยู่ใกล้น้ำทะเล ออกแบบเป็นลักษณะเขาวงกต มีทางขึ้น-ลง 3 ทาง เดินวนเวียนเพื่อขึ้นไปชมวิวธรรมชาติโดยรอบแบบ 360 องศายังจุดสูงสุด และถือเป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกในมุมสูงที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในบริเวณนี้ที่ไม่ควรพลาด เด็กขึ้นได้ ผู้ใหญ่ขึ้นดี ที่สำคัญหากคุณเดินครบ 1 รอบยังถือเป็นการออกกำลังกายที่ช่วยเผาผลาญพลังงานได้ถึง 10 แคลอรี่ อาคารนี้จึงมีชื่อเล่นว่า “10 แคลอรี่ทาวเวอร์” ..น่าสนใจใช่ไหมหละครับ
มาถึงอาคารสุดท้ายอยู่ด้านหน้าปะทะลมทะเลแบบเย็นฉ่ำชื่นใจ มองเห็นวิวไกลๆ จนสุดลูกหูลูกตา เป็นอีกหนึ่งจุดที่จะชาร์ตแบตให้คุณได้แบบเต็มที่ คือ ศาลาอเนกประสงค์ The Flow ที่ออกแบบโดยคุณทวิตีย์ วัชราภัย เทพาคำ โดยนำแผ่นโปร่งแสง และสมาร์ทบอร์ดมาทำเป็นหลังคาสลับความโปร่งและทึบ จัดวางให้เหลื่อมกัน เพื่อให้คนที่มานั่งเล่นรู้สึกถึงแสงที่สลับไปมาเหมือนนั่งอยู่ภายใต้เงาร่มไม้ริมชายทะเล ซึ่งถือว่าเป็นจุดเด่นของอาคารหลังนี้ สำหรับพื้นที่นั่งเล่นภายในตัวอาคารจะเล่นระดับคล้ายๆ ขั้นบันไดขนาดใหญ่เหมือนอัฒจรรย์นั่งดูการแข่งขันกีฬา ด้วยความโปร่ง โล่ง สบายตา ทำให้การมานั่งยังจุดนี้สัมผัสได้ถึงการมาพักผ่อนอย่างแท้จริง ยิ่งในช่วงเย็นจะเห็นผู้คนมานั่งเล่น นั่งคุยกัน เหมือนจุดพบปะสังสรรค์สำหรับการรอชมแสงสุดท้ายจากดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าไกล
ภายในรอบบริเวณสวนสาธารณะยังมีเครื่องออกกำลังกาย สนามเด็กเล่น และจุดนั่งพักผ่อนที่ทางเทศบาลได้จัดเตรียมไว้ให้สำหรับประชาชนได้ใช้กันอีกด้วย เปิดทุกวันเวลา 06.00 – 22.00 น.

9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19

จากจุดนี้หากคุณวกกลับออกไปทางเดิม ตรงออกไปทางถนนสุขุมวิท สังเกตทางด้านขวามือจะพบป้าย สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล หรือ พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ บางแสน ซึ่งอยู่ติดกับมหาวิทยาลัยบูรพา เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมมานานนับสิบปีแล้ว และเมื่อปี พ.ศ. 2555 ได้รับการปรับปรุงใหม่อีกครั้ง เพื่อให้ดึงดูดความสนใจของนักท่องเที่ยวมากขึ้น ซึ่งก็เป็นไปตามนั้น เพราะเราเองก็เคยมาเที่ยวที่นี่หลายครั้งแล้ว แต่ครั้งนี้รู้สึกสนุกและตื่นตาตื่นใจมากขึ้น สถานที่ก็สะอาดขึ้น แถมได้ความรู้เกี่ยวกับสัตว์ทะเลสายพันธุ์ต่างๆ ตั้งแต่ตัวเล็กๆ ไปยันตัวใหญ่เลยครับ งานนี้รับรองถูกใจทั้งเด็กและผู้ใหญ่แน่นอน เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 8.30-17.00 น. บัตรค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 80 บาท เด็ก 40 บาท ต่างชาติ ผู้ใหญ่ 220 บาท เด็ก 120 บาท

20 21 22 23 24 25 26 27

จากจุดนี้หากมุมหน้าตรงมาก็จะเจอวงเวียนบางแสน แล้วเลี้ยวขวาตอลดแนวคือจุดเล่นน้ำยอดฮิตตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน นั่นคือ ชายหาดบางแสน ที่วันนี้บรรยากาศก็ยังคงดูร่มรื่นเหมือนวันวาน แต่ถนนหนทาง การจัดระเบียบการวางสิ่งของบนชายหาดของเหล่าบรรดาพ่อค้าแม่ค้าและร้านขายอาหารริมหาดดูเป็นระเบียบมากขึ้น

28 29 30 31 32 33 34 35

มุ่งหน้าขึ้นไปทางศาลเจ้าแม่เขาสามมุข ด้านซ้ายจะเป็น จุดชมวิวแหลมแท่น มีถนนคนเดินในช่วงเย็นทุกวันศุกร์ เสาร์ ไปยันดึก มีสินค้าวางขายหลากสไตล์ ทั้งของใช้ ของกิน มีการแสดงดนตรีสดจากนักดนตรีอาชีพและสมัครเล่นหมุนเวียนเปลี่ยนมาให้ได้ชมอยู่เสมอ อีกทั้งยังเป็นสถานที่จัดงานใหญ่ๆ ในเขตบางแสนอีกด้วย จากนั้นให้มุ่งหน้าต่อขึ้นไปบนภูเขาเพื่อไปกราบขอพรเจ้าแม่เขาสามมุขที่ ศาลเจ้าแม่เขาสามมุข บริเวณเชิงหน้าผา ซึ่งมีอยู่ 2 หลัง เป็นศาลไทยดั้งเดิม และศาลจีนสร้างใหม่ เป็นที่เคารพสักการะของชาวประมงในท้องถิ่นจังหวัดชลบุรีและนักท่องเที่ยวที่มาเยือน และเป็นอนุสรณ์แห่งความรักของสาวมุขและหนุ่มแสน ถือว่าเป็นอีกหนึ่งจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงาม

 

36 37 38 39 40 41 42 43

จากจุดนี้มุ่งหน้าไปทางอ่างศิลาเลียบชายทะเล สังเกตด้านขวามือจะเห็น วิหารเทพสถิตพระกิติเฉลิม หรือ ศาลเจ้าหน่าจาซาไท้จื้อ เดิมเป็นศาลเจ้าบนพื้นที่ 200 ตารางวา เท่านั้น แต่ด้วยเพราะแรงศรัทธามีผู้บริจาคมากมายจึงได้รับการปรับปรุงสร้างเป็นวิหารใหญ่โต ปัจจุบันมีเนื้อที่กว่า 25 ไร่ วิหารนี้มี 4 ชั้น โดยแบ่งเป็น ชั้นที่ 1 ประดิษฐานรูปองค์พระกษิติครรภโพธิสัตว์ ผู้โปรดเวไนยสัตว์ที่อยู่ในนรก และในชั้นนี้ยังเป็นที่ประดิษฐานองค์ดวงเทพพระเคราะห์ (องค์ไท้ส่วย) ทั้งหมด 60 องค์ ชั้นที่ 2 ประดิษฐานรูปองค์เทพเจ้าหน่าจาซาไทจื้อ ทั้ง 3 ปาง ที่จำลองมาจากมณฑลเสฉวนประเทศจีน และมีรูปปั้นของพระแม่กวนอิม ที่เชื่อกันว่าสามารถประทานพรให้ผู้ที่มากราบไหว้ให้พ้นภัยต่างๆ ได้ ชั้นที่ 3 มีองค์เง็กเซียนฮ่องเต้ ผู้ทำงานข้าราชการมักนิยมมากราบไหว้เพื่อมาขอพรท่านให้ได้เลื่อนตำแหน่งหน้าที่การงาน และยังมีองค์เทพเจ้าชาวจีนให้ความเคารพนับถืออื่นๆ อีกมากมาย ชั้นที่ 4 ประดิษฐานรูปองค์พระประธานศรีอริยเมตตรัย มีองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอีก 5 พระองค์ และองค์สมเด็จพระอนุตรรมมารดา ภายในวิหารไม่อนุญาตให้ถ่ายรูป สถานที่ต่างๆ มีความโอ่โถงตระการตาด้วยสถาปัตยกรรมแบบจีน ชั้นบนสามารถมองเห็นทิวทัศน์ชายทะเลที่สวยงาม

44 45 46 47 48 49 50 51

ไม่ไกลจากจุดนี้ด้านซ้ายมือจะเป็น ตลาดสะพานปลาอ่างศิลา แหล่งรวมอาหารทะเลทั้งสดและแห้ง ของฝากจากทะเล ทั้ง กุ้ง หอย ปู ปลา จากเรือประมงที่นำขึ้นมาขาย จะซื้อแบบสดๆ นำไปปรุงเองก็ได้ มีบริการขายกล่องโฟมพร้อมน้ำแข็งปิดผนึกให้อย่างดี หรือใครที่ชอบแบบปรุงสำเร็จ ปิ้ง ทอด ย่าง นึ่ง ที่นี่เค้าก็มีบริการ พร้อมน้ำจิ้มรสเด็ดที่เลือกได้ว่าจะเอาแบบเผ็ดน้อยหรือเผ็ดมาก เปรี้ยวนิด เค็มหน่อย สั่งได้หมด จะซื้อไปนั่งทานริมทะเล หรือซื้อกลับไปฝากคนที่บ้านก็ได้ ราคาย่อมเยา
เป็นไงกันบ้างครับ สำหรับการอัพเดทสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ทั้งใหม่และเก่าในบางแสนของเราฉบับนี้ ครบทุกรสทั้งไหว้พระ เล่นน้ำทะเล กินอาหารซีฟู้ด และดูวิวพระอาทิตย์ตกสวยๆ กันที่ A Place We Stand Showcase @บางแสน บริเวณหาดวอนนภา เรียกว่ามาเที่ยวครั้งนี้ไม่มีตกเทรนด์ครับ

52 53 54 55 56
การได้กลับมาเที่ยวที่นี่อีกครั้ง ทำให้ผมอดอมยิ้มนึกถึงวันเวลาแห่งความสุขครั้งเก่าๆ ที่เคยมาเที่ยวเล่นพักผ่อนกับครอบครัวบ้าง เพื่อนฝูงบ้าง ความสุขที่เป็นภาพแห่งทรงจำ ไม่ว่าวันเวลาจะผ่านไปนานเท่าใด สถานที่จะมีการเปลี่ยนแปลงมากน้อยเพียงไหน การได้มาท่องเที่ยวกับคนที่เรารักและรักเรา นั่นคือการท่องเที่ยวที่มีค่ามิรู้ลืมสำหรับผมและทุกคนครับ

 

การเดินทาง
รถยนต์ส่วนตัว
จากกรุงเทพฯ ไป จ.ชลบุรี มี 2 เส้นทางหลัก
เส้นทางสายบางนา – ตราด ทางหลวงหมายเลข 34 เข้าสู่จังหวัดชลบุรี
เส้นทางสายมอเตอร์เวย์ หรือ กรุงเทพฯ – ชลบุรี (สายใหม่) ต่อเชื่อมกับวงแหวนรอบนอก
มีทางขึ้นหลายจุด
รถโดยสารประจำทาง
มีรถโดยสารออกจากสถานีขนส่งฯ สายตะวันออก (เอกมัย) โทร. 0 2391 2504 หรือ Call Center 1490 เรียก บขส. / www.transport.co.th

 

2,522 total views, 1 views today

Comments

Leave A Reply