ชมทะเลหมอกสุดอลังที่ “ดอยตาปัง” จ.ชุมพร

0

เวลานึกถึงทะเลหมอกสวย ๆ คนส่วนใหญ่จะนึกถึงภาคเหนือหรือภาคอีสานเป็นอันดับแรก เพราะมีดอย มีภูเขาเยอะ โอกาสได้เห็นทะเลหมอกสวย ๆ จึงไม่ใช่เรื่องยาก
แต่คู่หูเดินทางฉบับนี้จะพามาเที่ยวฉีกแนว ชมทะเลหมอกสวย ๆ สุดอลังกันที่ภาคใต้ ณ “ดอยตาปัง” อยู่ที่บ้านบนดอย ตำบลเขาทะลุ อำเภอสวี จังหวัดชุมพร ห่างจากเขตอำเภอเมืองชุมพรไปทางใต้ ประมาณ 70 กิโลเมตร และห่างจากอำเภอสวี ประมาณ 35 กิโลเมตร
พื้นที่ส่วนใหญ่ของที่นี่จะเป็นภูเขาดิน สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 500 เมตร เป็นจุดชมวิวทะเลหมอกที่สามารถมาชมได้ตลอดทั้งปี แต่ต้องขึ้นอยู่กับสภาพอากาศของแต่ละวันด้วย ถ้าวันไหนมีฝนตกก็อาจจะขึ้นไปชมทะเลหมอกด้านบนไม่ได้ เพราะทางขึ้นค่อนข้างลาดชัน เป็นหินลูกรัง ถึงแม้รถนำเที่ยวจะเป็นรถขับเคลื่อน 4 ล้อ ก็อาจจะลื่นและเป็นอันตรายแก่นักท่องเที่ยวที่โดยสารขึ้นไปได้
โดยไฮไลท์ของการมาเที่ยวที่นี่ก็คือ การตื่นมารอรับแสงอรุณยามเช้าที่ขึ้นมาทางด้านหลังของเขาทะลุ บางวันขึ้นเร็ว บางวันขึ้นช้า ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและสายหมอกยามเช้าว่ามีปกคลุมมากน้อยแค่ไหน วันที่เราไปนั่งรอประมาณครึ่งชั่วโมง กว่าแสงพระอาทิตย์จะสามารถสาดส่องผ่านสายหมอกหนาทึบที่ปกคลุมได้…

เมื่อหมอกจางความสว่างและความสวยงามก็ค่อย ๆ ปรากฏขึ้น แสงพระอาทิตย์สีส้มค่อย ๆ ลอดผ่านหมอกขาว และอีกไม่กี่อึดใจหมอกหนาทึบที่ปกคลุมอยู่ ณ ตอนแรกก็จางหายไป กลายเป็นสายหมอกบาง ๆ เคลื่อนตัวผ่านอย่างช้า ๆ มองเห็นยอดภูเขาน้อยใหญ่อยู่กระจายไปทั่วทั้งพื้นที่ ดูเผิน ๆ วิวแบบนี้ก็เหมือนกับวิวทะเลของหมู่เกาะอ่างทอง หรือหมู่เกาะพังงาเลย แต่ที่นี่เป็นทะเลหมอกสีขาว และจะมีให้ได้ชมกันแค่ในเวลาช่วงเช้าเท่านั้น
การเดินทางมาเที่ยวที่ดอยตาปัง สามารถมานอนกางเต้นท์ด้านบนบริเวณจุดชมวิวลานลมโชย ซึ่งอยู่คนละฝั่งกับจุดชมวิวหลัก เพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนนักท่องเที่ยวที่มาพักผ่อน ทางวิสาหกิจชุมชนจึงจัดให้ที่พักแยกไว้คนละฝั่งกัน แต่สามารถขึ้นไปชมวิวด้านบนได้เหมือนกัน หรือบางท่านอาจจะพักที่อำเภอสวี แต่ตื่นเช้าหน่อยแล้วขับรถมาที่จุดบริการนักท่องเที่ยวดอยตาปัง ใช้เวลาเดินทางประมาณครึ่งชั่วโมง เมื่อเดินทางมาถึงแล้วก็จอดรถให้เรียบร้อย จากนั้นก็ติดต่อใช้บริการรถรับ-ส่งของชาวบ้าน ซึ่งเป็นรถขับเคลื่อน 4 ล้อ เพื่อพาขึ้นไปยังจุดชมวิวด้านบน คิดค่าบริการไป-กลับ คันละ 500 บาท นั่งได้ 10 คน จะเหมาไปหรือแชร์กันไปกับนักท่องเที่ยวท่านอื่นก็ได้ ใช้เวลาขับขึ้นไปประมาณ 20 นาทีก็ถึงจุดชมวิวเลย โดยจะเปิดบริการตั้งแต่เวลา 05.00 – 08.00 น.

ตอนขาขึ้นเราว่าทางวิบากแล้ว ขากลับนี่ปล่อยมือไม่ได้เลย เพราะทางลาดชันมาก ๆ มือเกาะราวกรงรถด้านข้างอย่างแน่น ส่วนเท้าก็ต้องคอยยันพื้นรถไว้ไม่ให้ลื่นไหล เรียกว่า ขาขึ้นไปเที่ยวชมทะเลหมอก ส่วนขาลงนี่เที่ยวเกาะ(ราว) กันเลยทีเดียว 55555
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ผู้ใหญ่ประเสริฐ โทร. 098-821-9831 หรือที่เฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/dtpktl/

ลงมาจากดอยเหนื่อย ๆ ฝั่งตรงข้ามที่จอดรถจะมีร้านกาแฟเก๋ ๆ ชื่อ “มะลิลาคอฟฟี่” ให้นั่งพัก จะจิบกาแฟ ทานอาหาร ถ่ายรูปก็ได้ สวยทุกมุม

หายเหนื่อยแล้วก็ไปเที่ยวกันต่อที่ “ลานหินตั้ง” บริเวณวัดโรจน์ดำริ (คลองหินดำ) ซึ่งอยู่ที่ ต.เขาค่าย อ.สวี ไม่ไกลจากดอยตาปังมากนัก จุดนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเปิดใหม่เลยยังไม่มีป้ายใด ๆ ให้เห็นเด่นชัด แต่ตั้งอยู่ริมถนน หาไม่ยาก เวลาเดินทางมาก็เซิร์สกูเกิ้ลชื่อวัดได้เลย ถือเป็นอีกจุดหนึ่งไฮไลท์ที่เหมาะแก่การมาถ่ายรูปเช่นกัน

นอกจากอำเภอสวีจะมีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามแล้ว ยังมีสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่คู่บ้านคู่เมืองมากว่า 700 ปี นั่นคือ “วัดพระบรมธาตุสวี” ซึ่งถูกจัดให้เป็น 1 ใน 4 จตุธรรมธาตุแห่งท้องทะเลอ่าวไทย ที่ควรค่าแก่การมาสักการะ กราบไหว้ขอพร และชมความงดงามขององค์เจดีย์สีทองอร่าม
ลักษณะขององค์พระธาตุคล้ายกับพระบรมธาตุเมืองนครศรีธรรมราช แต่มีขนาดย่อมกว่า และได้มีการบูรณะซ่อมแซมหลายครั้ง ในปัจจุบัน พระบรมธาตุสวีมีลักษณะเป็นเจดีย์ทรงระฆัง ตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยม 2 ชั้น ฐานชั้นล่างกว้าง 8.50 เมตร ประดับด้วยซุ้มรูปช้างซึ่งยื่นออกมาเฉพาะหัวและขาหน้า เสมือนค้ำเจดีย์ไว้ด้านละ 3 ซุ้ม สลับกับรูปยักษ์ถือกระบองและประดับด้วยเสาหลอก 6 ต้น (เว้นด้านทิศใต้ มีบันไดทางขึ้น จึงมีช้างเพียง 2 ซุ้ม) มุมทั้งสี่ของฐานมีเจดีย์จำลองเลียนแบบเจดีย์ประธาน ฐานชั้นบนมีพระพุทธรูปปางสมาธิประทับนั่งในซุ้มด้านละ 5 ซุ้ม มุมทั้งสี่ของฐานมีเจดีย์จำลองประดับไว้เช่นกัน ตัวเจดีย์เป็นทรงระฆัง เหนือขึ้นไปเป็นเสาหาร ก้านฉัตร บัวเถา ปล้องไฉน 7 ชั้น บนสุดเป็นปลียอดและเม็ดน้ำค้าง สวยงามเป็นอย่างมาก

เมื่อเดินเข้ามาภายในบริเวณวัด อาคารทางด้านซ้ายมือจะเป็นที่ตั้งของ “พิพิธภัณฑ์วัดพระบรมธาตุสวี” สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2558 แล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2562 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ และเชื่อมโยงกับพระบรมธาตุสวี รูปแบบทางสถาปัตยกรรมเป็นแบบศรีวิชัย ออกแบบโดยสำนักงานโยธาธิการและผังเมือง จังหวัดชุมพร อาคารด้านหน้าจัดแสดงเรื่องราวความเป็นมาของพิพิธภัณฑ์ ส่วนอาคารด้านหลังจัดแสดงเรื่องราวต่าง ๆ อาทิ ประวัติพระบรมธาตุสวีและศาลพระเสื้อเมือง, พระเจ้าศรีธรรมาโศกราช และตำนานพระบรมธาตุสวี พร้อมชมโบราณวัตถุที่สำคัญ คือ “ยอดพระบรมธาตุ และเม็ดน้ำค้าง” ชิ้นเดิมที่ทำด้วยปูนปั้น และพระพุทธรูปต่าง ๆ ที่ถูกค้นพบในบริเวณพระธาตุ นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ในสมัยโบราณ รวมถึงวิถีชีวิตต่าง ๆ ของชาวบ้านอีกด้วย
โดยวัดพระบรมธาตุสวี ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของชาติ และถือเป็นโบราณสถานสำคัญของจังหวัดชุมพร ใครที่มาเที่ยวที่อำเภอสวีแล้ว ห้ามพลาดที่จะมากราบของพรที่พระบรมธาตุสวีเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตด้วย

ประวัติและตำนานของพระบรมธาตุสวี
มีตำนานเล่าถึงประวัติการสร้างพระธาตุบรมสวีว่า เมื่อครั้งที่พระเจ้าศรีธรรมาโศกราชเสด็จยกทัพมารี้พลมาพักที่วัดร้างแห่งหนึ่งในเขตอำเภอสวี ได้พบกาเผือกและกาฝูงหนึ่งเกาะอยู่บนกองอิฐกระพือปีกและส่งเสียงร้อง พระองค์จึงให้รื้อเศษกองอิฐที่กองทับถมกันออกพบฐานเจดีย์ใหญ่ เมื่อขุดลึกลงไปได้พบผอบบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ จึงให้แม่ทัพนายกองไพร่พลช่วยกัน สร้างเจดีย์ขึ้นมาใหม่แทนที่เดิม แล้วจัดงานสมโภชเป็นการใหญ่เป็น เวลา 7 วัน 7 คืน จากนั้นพระราชทานชื่อว่า พระบรมธาตุกาวีปีก (วีปีก แปลว่า กระพือปีก) ต่อมาเรียกกันว่าพระธาตุกาวี และคำว่า “กาวี” ได้เพี้ยนจนกลายเป็น “สวี” ในปัจจุบัน ก่อนที่พระเจ้าศรีธรรมาโศกราชจะเสด็จยกทัพกลับ ทรงห่วงใยพระบรมธาตุว่าจะไม่มีผู้ดูแลรักษา จึงสั่งเรียกบรรดาทหารในกองทัพซึ่งกำลังนอนหลับสนิท ในขณะนั้นมีทหารคนหนึ่งชื่อ “เมือง” ขานรับพระองค์จึงมีรับสั่งถามว่า ต้องการจะอยู่ดูแลรักษาพระบรมธาตุแห่งนี้ไหม นายเมืองขานรับอาสา พระองค์จึงสั่งให้นายทหารตัดศีรษะนายเมืองเซ่นสรวงบูชาไว้ในศาลเพียงตา ศาลนี้เรียกว่า “ศาลพระเสื้อเมือง” ให้เป็นผู้เฝ้ารักษาพระบรมธาตุ ในปัจจุบันศาลนี้ยังมียังมีคนทั่วไปเคารพนับถือในฐานะสิ่งศักดิ์สิทธิ์โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวจีน ต่อมาศาลพระเสื้อเมืองมีสภาพชำรุดทรุดโทรม กรมศิลปากรจึงได้ออกแบบอาคารใหม่ให้มีลักษณะสอดคล้องกับพระบรมธาตุสวี โดยเป็นอาคารทรงไทยหลังคาจั่วมุงด้วยกระเบื้องดินเผาเคลือบ ผนังก่ออิฐฉาบปูน ด้านหน้ามีราวระเบียงลวดบัว พื้นอาคารปูนด้วยหินอ่อน
……………………………………………………………………………………………………….
การเดินทาง
รถโดยสารสาธารณะ
บริษัท ขนส่ง จำกัด มีรถโดยสารออกจากสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (จตุจักร) หรือ หมอชิต 2 เส้นทางกรุงเทพฯ – ชุมพร ลงที่จุดแยกเข้า อ.สวี สอบถามรายละเอียดและเส้นทางเดินรถเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 1490 เรียก บขส. ตลอด 24 ชั่วโมง และสามารถจองตั๋วออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ www.transport.co.th หรือตัวแทนจำหน่ายตั๋ว www.busticket.in.th , www.pns-allthai.com , www.thaiticketmajor.com และเคาน์เตอร์เซอร์วิส 7-Eleven
รถยนต์ส่วนตัว
วัดพระบรมธาตุสวี
จากกรุงเทพฯ ไปตามทางหลวงหมายเลข 35 (ธนบุรี-ปากท่อ) แล้วแยกเข้าทางหลวงหมายเลข 4 (เพชรเกษม) ผ่านจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ขับต่อไปจนถึงจังหวัดชุมพร และให้เปลี่ยนเส้นทางไปยังทางหลวงหมายเลข 41 และขับตรงไประยะทางประมาณ 34 กิโลเมตร ให้กลับรถที่ใต้สะพานข้ามแม่น้ำสวี ขับไปอีก 500 เมตร เลี้ยวซ้าย จะเป็นทางไปวัดพระบรมธาตุสวี
ดอยตาปัง
ถ้ามาจากกรุงเทพฯ ให้เลี้ยวขวาตรงสี่แยกเขาปีบ อ.ทุ่งตะโก ขับตรงมาตามป้าย “บ้านเขาทะลุ” จนเจอสี่แยกเขาทะลุ จุดสังเกตคือร้าน 7-11 แล้วเลี้ยวซ้าย ขับตรงมาประมาณ 5 กิโลเมตร ก็จะเจอป้าย “โรงเรียนบ้านห้วยกลาง” ตั้งอยู่ทางขวามือ ให้เลี้ยวขวาเข้าไปอีกประมาณ 1 กิโลเมตร เลยวัดห้วยกลางไปไม่ไกล ก็จะเจอซอยสันติ 1 ด้านซ้ายมือ มีป้ายเขียนว่า ทางไปดอยตาปัง จะมีจุดบริการนักท่องเที่ยวอยู่ด้านหน้า

 38 total views,  1 views today

Comments

Comments are closed.