บอกลาปัญหารังแค

0

รังแคนั้นเป็นปัญหากวนใจที่เกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศทุกวัย ที่สำคัญทำให้หลายคนสูญเสียความมั่นใจในบุคลิกภาพ เนื่องจากรังแคจะมีลักษณะเป็นสะเก็ดแผ่นสีขาวเหลืองอยู่บนเส้นผมและหนังศีรษะ โดยจะเห็นได้ชัดเมื่อร่วงจากศีรษะลงมาอยู่ที่บ่าหรือไหล่ นอกจากนี้ยังมีอาการคันหนังศีรษะและมีหนังศีรษะที่มันด้วย เรียกว่าบางคนคันไปเกาไปเกือบตลอดเวลา เป็นภาพไม่น่ามองเอาเสียเลย ว่าไหม แต่รู้หรือไม่ว่า รังแคนั้นสามารถป้องกันและรักษาได้ด้วยตัวเองในกรณีที่ไม่รุนแรง วิธีก็คือสระผมโดยเลือกใช้แชมพูที่ขจัดรังแค หลังสระผมควรเช็ดผมให้แห้งทุกครั้งอย่างเบามือ การเช็ดยีเส้นผมและหนังศีรษะอย่างรุนแรงจะยิ่งทำร้ายหนังศีรษะให้อ่อนแอลง และไม่ควรเข้านอนทั้งที่ผมยังเปียกหรือแห้งไม่สนิท ควรใช้หวีที่มีซี่ห่างในการหวีผม หลีกเลี่ยงการใช้หวีแปรงซี่ถี่ แต่ถ้าหากปัญหารังแคมีความรุนแรง เช่น มีอาการบวมแดงหรือคันมากๆ อาจเกิดจากโรคผิวหนังอักเสบหรือภาวะอื่นๆ แนะนำให้พบแพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนังจะดีที่สุด นอกจากวิธีปกติที่บอกไปข้างต้น พืชสมุนไพรก้นครัวหลายชนิด ยังสามารถนำมารักษาอาการรังแคได้อีกด้วย มีอะไรบ้างนั้น มาลองดูกัน

• มะนาวและน้ำมันมะพร้าว

เพียงนำส่วนผสมทั้ง 2 อย่าง มาผสมลงในน้ำอุ่นคนให้เข้ากัน แล้วนำไปชโลมลงบนศีรษะจนทั่ว นวดคลึงไปพร้อมๆ กัน หมักทิ้งไว้ประมาณ 20 – 30 นาที แล้วสระผมออกด้วยแชมพูตามปกติ น้ำมะนาวจะช่วยกำจัดเชื้อราที่ทำให้เกิดรังแค ส่วนน้ำมันมะพร้าวจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่หนังศีรษะได้ ส่งผลทำให้ปัญหารังแคลดลง หากทำเป็นประจำทุกสัปดาห์

• น้ำมันมะกอก

นำน้ำมันมะกอกมาชโลมลงบนศีรษะก่อนนอน นวดให้น้ำมันซึมลงสู่หนังศีรษะ จากนั้นหมักทิ้งไว้ตลอดทั้งคืน ตื่นเช้ามาก็สามารถสระผมได้ตามปกติ โดยการหมักผมด้วยน้ำมันมะกอกจะช่วยบำรุงหนังศีรษะให้มีความชุ่มชื้น และช่วยรักษาปัญหารังแคได้เป็นอย่างดี หากกลัวหมอนจะเลอะเทอะ หน้าจะมันเยิ้ม ควรสวมหมวกอาบน้ำทับเอาไว้ในระหว่างนอนหลับ

• ว่านหางจระเข้

นำว่านหางจระเข้ในส่วนที่เป็นเนื้อวุ้นมาใช้ เพราะมีสรรพคุณช่วยบรรเทาอาการอักเสบของต่อมไขมันบนหนังศีรษะ สาเหตุที่ทำให้เกิดรังแคได้ แถมช่วยบำรุงเส้นผมให้แข็งแรงอีกด้วย โดยนำเนื้อวุ้นว่านหางจระเข้มาชโลมจนทั่วศีรษะอยู่เป็นประจำก่อนจะล้างออกให้สะอาด เพียงแค่นี้ปัญหาหนังศีรษะแห้งก็จะลดลง ซึ่งจะช่วยลดปัญหารังแคลงพร้อมกันด้วยนั่นเอง แต่ก่อนนำมาชโลมเส้นผมและหนังศีรษะควรล้างเอายางออกให้หมดก่อน ไม่อย่างนั้นยางอาจกัดผิวและหนังศีรษะได้


ภาพประกอบ: www.honestdocs.co

31 total views, 2 views today

Comments

Comments are closed.