วัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์ (วัดพระบาทปู่ผาแดง) ความมหัศจรรย์แห่งแรงศรัทธา

0

วัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์ (วัดพระบาทปู่ผาแดง) หรืออีกชื่อที่ชาวบ้านนิยมเรียกกัน คือ “ดอยปู่ยักษ์ (ดอยพระบาทปู่ผาแดง)” ตั้งอยู่ที่ อำเภอแจ้ห่ม จังหวัดลำปาง ในพื้นที่ของเขตห้ามล่าสัตว์ป่าดอยพระบาท ซึ่งเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวอันซีน ไทยแลนด์ที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ด้วยความมหัศจรรย์จากการไปตั้งอยู่ของเจดีย์กว่า 10 องค์บนยอดเขาสูงเสียดฟ้า และความงดงามของทัศนียภาพโดยรอบ

“ดอยปู่ยักษ์” หรือ “ดอยพระบาทปู่ผาแดง” ในสมัยก่อนชาวบ้านได้มีการค้นพบรอยจารึกพระพุทธบาทขององค์สมเด็จสัมมาสัมพุทธเจ้าทำให้คนที่ทราบข่าวละผู้ที่มีจิตศรัทธาเดินทางขึ้นมากราบไหว้สักการะและขอพรแต่การเดินทางขึ้นมาข้างบนนั้นเป็นไปด้วยความยากลำบากมากเพราะยังไม่มีถนนหนทางขึ้นมาดังเช่นปัจจุบันต้องใช้วิธีการเดินเท้าผ่านป่าทึบสูงชันและครั้งเมื่อพระเทพวิสุทธิญาณ (หลวงพ่อไพบูลย์ สุมังคโล) เจ้าอาวาสวัดอนาลโยทิพยาราม จังหวัดพะเยา ซึ่งท่านเป็นชาวอำเภอเกาะคา จังหวัดลำปางโดยกำเนิด ได้เดินทางมากราบสักการะรอยพระพุทธบาทที่ประดิษฐานอยู่ ได้เกิดพลังแห่งศรัทธาอยากจะจัดสร้างวัดขึ้นมาในบริเวณนี้ และประกอบกับในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 พระราชสมภพครบ 200 ปี เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2547 ทางคณะสงฆ์จึงมีมติให้สร้างวัดเฉลิมพระเกียรติพระองค์ท่าน เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ที่มีต่อปวงชนชาวไทย จึงได้สร้าง “วัดพระบาทปู่ผาแดง” หรือ “วัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์” ที่ตำบลวิเชตนคร อำเภอแจ้ห่ม จังหวัดลำปางนี้ขึ้นมา

ภายในบริเวณวัดจะแบ่งออกเป็น 3 ชั้น คือ ชั้นแรก จะเป็นที่ตั้งของตัววัดพระบาทปู่ผาแดง หรือที่บางคนเรียกกันง่ายๆ ว่า “วัดล่าง” บริเวณนี้เป็นที่ตั้งของอุโบสถและเจดีย์ ภายในอุโบสถจะมีพระพุทธรูปประธาน จำลองมาจากพระนิรันตราย ซึ่งถือเป็นพระพุทธรูปประจำพระองค์ของรัชกาลที่ 4 องค์หนึ่ง ตัวอุโบสถเป็นลักษณะศิลปกรรมล้านนา มีความงดงามอ่อนช้อย หลังคาซ้อนสองชั้นลดหลั่นงามตา

สำหรับ ชั้นที่ 2 เรียกว่า “ภูผาหมอก” หรือ “ดอยจิหมอก” (จิหมอก เป็นภาษาท้องถิ่น หมายถึง จับหมอก) ห่างจากชั้นแรกประมาณ 3 กิโลเมตร แต่ทางมีความลาดชันมาก อาจเกิดอันตรายหากนักท่องเที่ยวขับรถขึ้นไปเอง ทางวัดจึงจัดให้มีรถสองแถวบริการรับ-ส่ง สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการขึ้นไปด้านบน โดยให้ชาวบ้านที่มีความชำนาญในเส้นทางเป็นคนขับ เสียค่าใช้จ่ายท่านละ 100 บาท

ในบริเวณชั้น 2 นี้ จะเป็นที่ประดิษฐานของรอยพระพุทธบาท เมื่อลงมาจากรถจะอยู่ทางด้านซ้ายมือของลานจอดรถ ประมาณ 300 เมตร รอยพระพุทธบาทแห่งนี้เป็นที่เคารพศรัทธาของชาวแจ้ห่มและชาวลำปางมาก ในทุกๆ ปี วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 จะมีการจัดงานนมัสการรอยพระพุทธบาทขึ้นเป็นประจำ บริเวณนี้จะมีศาลาและจุดชมวิว หากเดินทางมากับญาติผู้ใหญ่ที่สุขภาพร่างกายไม่เอื้ออำนวย สามารถให้นั่งรอพักในบริเวณนี้ได้

เมื่อกราบสักการะรอยพระพุทธบาทในบริเวณนี้เรียบร้อยแล้วก็ถึงเวลาออกแรงเดินมุ่งหน้าสู่ยอดเขาอีกประมาณ 1 กิโลเมตรซึ่งชั้นนี้คือชั้นสูงสุดชั้นที่ 3 ชื่อชั้นวิมารลอยฟ้า (ควรพกน้ำดื่มติดตัวไปด้วย เพื่อลดความกระหายระหว่างทาง) ช่วงแรกจะเป็นถนนปูนลาดชันนิดหน่อย เดินไปคุยไปก็จะถึงทางขึ้นบันไดอยู่ด้านซ้ายมือ มีป้ายบทบริกรรม “พุทโธ” ให้ท่องระหว่างทางเวลาเดินขึ้น เพื่อจะได้ลืมความเหนื่อยล้าและเป็นพลังใจว่าอีกไม่ไกลก็ถึงแล้ว…

ทางขึ้นจะเป็นบันไดเหล็กแข็งแรงมีราวให้เกาะจับระหว่างเดินขึ้นเป็นช่วงๆทางค่อนข้างสูงชันแต่ถ้าใครไม่มั่นใจก่อนทางขึ้นจะมีไม้เท้าไว้สำหรับค้ำยันเวลาเดินให้บริการฟรี

เดินบ้างหยุดบ้างตามกำลังขาของแต่ละคน ถึงก่อนถึงหลังไม่มีใครว่า เพียงพลังศรัทธาที่จะพาเราก้าวย่างขึ้นไปเท่านั้น ระหว่างทางจะมีจุดแวะพักและจุดถ่ายรูปพร้อมชมวิวเป็นระยะ ให้คุณได้พักเติมพลังสูดลมชมบรรยากาศก่อนที่จะมุ่งหน้าขึ้นสู่ยอดเขาต่อไป…

เดิน…พัก…เดิน…พัก…เดิน…ในที่สุดเราก็ถึงด้านบนสุดแล้ว ใช้เวลาในการเดินประมาณครึ่งชั่วโมงนิดๆ พอถึงปุ๊ปก็หายเหนื่อยปั๊ป เพราะภาพเบื้องหน้าช่างสวยงดงามคุ้มค่ากับการออกแรงเหลือเกิน ชั้นนี้จะไม่มีพระภิกษุสงฆ์จำวัดอยู่ จะมีแต่เพียงเจ้าหน้าที่คอยดูแลความเรียบร้อยในช่วงเช้าถึงเย็นเท่านั้น

ทางด้านขวาจะเป็นที่ประดิษฐานขององค์พระธาตุเจดีย์สีทอง สามารถขึ้นไปกราบสักการะได้ ซึ่งต้องเดินขึ้นบันไดเล็กๆ ชันๆ ไปอีกนิดหนึ่ง และวิวด้านบนนี้ก็งดงามมาก มองได้รอบแบบ 360 องศา เห็นทั้งทิวทัศน์ของอำเภอแจ้ห่ม และวัดเฉลิมพระเกียรติฯ จากด้านบน

หากเดินลัดเลาะขอบเขามาทางด้านซ้ายจะไปมุ่งสู่ศาลาสวดมนต์ ซึ่งจะมีพระขึ้นมาสวดมนต์ในทุกวันแรม 8 ค่ำ จุดนี้ถือเป็นจุดชมวิวองค์เจดีย์น้อยใหญ่ที่ตั้งเรียงลายบนยอดเขาหินปูนที่สวยงามตามภาพที่เห็นในสื่อต่างๆ (แต่มุมที่สวยนั้นต้องมองจากบนฟ้าลงมาถึงจะเห็นองค์เจดีย์ครบ)

บนยอดเขาจะมีเจดีย์แก้ว 5 พระองค์ ที่ชาวบ้านได้ช่วยกันสร้างถวายพระพุทธเจ้า 5 พระองค์ ได้แก่ พระกะกุสันโธ พระโกนาคมโน พระกัสสโป พระโคตโม (พระเจ้าองค์ปัจจุบัน) และพระศรีอริยเมตไตรโย ส่วนองค์พระเจดีย์สีขาว ด้านในจะบรรจุอัฐิของพระเกจิอาจารย์สำคัญๆ เรียงรายอยู่ รวมถึงพระเกศาของสมเด็จพระสังฆราชองค์ก่อน ครั้งเมื่อยังมีชีวิตอยู่

การก่อสร้างเจดีย์บนยอดเขาพระบาทนั้นต้องอาศัยแรงแห่งศรัทธาของชาวบ้านเป็นอย่างมากเพราะใช้เวลาสร้างกว่าสิบปีแค่เฉพาะเราเดินขึ้นตัวเปล่าๆยังเหนื่อยหอบไม่ใช่ย่อยแล้วนี้ต้องขนอุปกรณ์และวัสดุก่อสร้างต่างๆขึ้นไปด้วยคงยากลำบากกว่าเราเยอะ

มาที่นี่แล้วนอกจากความงดงามของสถานที่และวิวธรรมชาติต่างๆแล้วเรายังได้เห็นถึงความอดทนมานะพากเพียรของเราเช่นกันหนทางเดินแม้จะลาดชันอยู่สูงสักเพียงใดแต่ด้วยใจที่มุ่งมั่นแล้วก็ไม่เกินความสามารของเราได้เลย

ไม่ไกลกันมากนักหากนักท่องเที่ยวพอมีเวลา เราขอแนะนำให้ไปนักพักผ่อนแช่น้ำร้อนผ่อนคลายความเหนื่อยล้ากันที่ อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ยังคงสภาพป่าไว้ได้อย่างสมบูรณ์ มีอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี พื้นที่กว้างใหญ่ครอบคลุม 4 อำเภอของจังหวัดลำปาง ได้แก่ อำเภอเมือง อำเภอแจ้ห่ม อำเภอเมืองปาน และอำเภอวังเหนือ เนื้อที่ประมาณ 768 ตารางกิโลเมตร ได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2531

บริเวณอุทยานฯ จะมีบ่อน้ำร้อนแจ้ซ้อน เป็นแหล่งน้ำพุร้อนที่มีสภาพการเกิดทางธรณีวิทยา มีกลิ่นกำมะถันอ่อนๆ จำนวน 9 บ่อ ไหลเลาะตามโขดหินน้อยใหญ่ที่อยู่กระจายในพื้นที่ อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 73 องศาเซลเซียส สามารถต้มไข่ได้ใช้เวลา 20 นาที (ลักษณะจะเหมือนไข่ลวก) ถ้ามาในช่วงเช้าจะเห็นไอน้ำลอยฟุ้งเด่นชัด มี “แอ่งน้ำอุ่น” ตั้งอยู่ติดกับบ่อน้ำพุร้อน เป็นแอ่งน้ำที่เกิดจากการไหลมาบรรจบกันของน้ำพุร้อน และน้ำเย็นที่มาจากน้ำตกแจ้ซ้อน ทำให้เกิดเป็นน้ำอุ่นที่มีอุณหภูมิเหมาะแก่การแช่อาบ ห้องอาบน้ำแร่ มีทั้งห้องอาบแช่ สำหรับ 3-4 คน ห้องรวมแบบตักอาบ และบ่อสำหรับแช่อาบกลางแจ้ง น้ำแร่ที่ใช้ต่อท่อโดยตรงมาจากบ่อน้ำพุร้อน มีอุณหภูมิน้ำแร่ประมาณ 39-42 องศาเซลเซียส ซึ่งสามารถใช้แช่อาบได้

ประโยชน์ของการอาบน้ำแร่ คือ ช่วยบำบัดความเมื่อยล้าของร่างกาย ช่วยให้ระบบไหลเวียนของโลหิตดีขึ้น ช่วยรักษาโรคผิวหนังบางชนิดได้ เช่น กลาก เกลื้อน ผื่นคัน และยังช่วยบรรเทาอาการของโรคเกี่ยวกับกระดูก แต่น้ำแร่จากที่นี่ไม่สามารถใช้ดื่มได้ เพราะมีแร่ธาตุบางชนิดสูงกว่ามาตรฐาน

สามารถพักค้างแรมแบบบ้านพักเป็นหลัง หรือกางเต้นท์นอนก็ได้ มีร้านอาหารสวัสดิการบริการ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กรมอุทยานแห่งชาติฯ โทร. 0 2562 0760-2 อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน โทร. 0 5438 0000, 08 9851 3355 หรือ www.dnp.go.th

การเดินทาง

♦ การเดินทางไปวัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์ (วัดพระบาทปู่ผาแดง) เริ่มจากตัวเมืองลำปางใช้ทางหลวงหมายเลข 1035 ประมาณ 50 กิโลเมตร ไปอำเภอแจ้ห่ม จากตัวเมืองแจ้ห่มไปประมาณ 1 กิโลเมตร มีทางแยกด้านซ้ายมือ ให้สังเกตซุ้มประตูเข้าหมู่บ้านใหม่เหล่ายาว ให้เลี้ยวเข้าไปประมาณ 200 เมตร ก็จะเจอทางไปวัดเฉลิมพระเกียรติฯ อยู่บริเวณแยกซ้ายมือ ประมาณ 5 กิโลเมตรถึงวัด

♦ การเดินทางไปอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน จากตัวเมืองลำปางไปตามทางหลวงหมายเลข 1035 เส้นลำปาง – แจ้ห่ม ไปจนถึงประมาณกิโลเมตรที่ 58 เลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวงหมายเลข 1287 ซึ่งเป็นทางเข้าไปอำเภอเมืองปาน แล้วเลี้ยวขวาที่สามแยก ใช้ทางหลวงหมายเลข 1252 เส้นข่วงกอม – ปางแฟน ประมาณ 11 กิโลเมตรแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าอุทยานฯ ตามถนน รพช. อีก 3 กิโลเมตร ถึงที่ทำการอุทยานฯ

♦ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเชียงใหม่ (เชียงใหม่, ลำพูน, ลำปาง) โทร. 0 5324 8604, 0 5324 8607, 0 5330 2500

219 total views, 1 views today

Comments

About Author

Comments are closed.