เที่ยวภาคกลาง เพลินตา เพลินใจ ที่สวนนกชัยนาท

0

ชัยนาทเป็นจังหวัดที่อยู่ในพื้นที่ภาคกลาง ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 194 กิโลเมตร ทิศเหนือติดกับจังหวัดอุทัยธานีและนครสวรรค์ ทิศใต้ติดกับจังหวัดสิงห์บุรีและสุพรรณบุรี ทิศตะวันออกติดกับจังหวัดนครสวรรค์และสิงห์บุรี และทิศตะวันตกติดกับจังหวัดอุทัยธานีและสุพรรณบุรี ตั้งอยู่ทางฝั่งซ้ายของแม่น้ำเจ้าพระยา

ชัยนาทเป็นจังหวัดหนึ่งที่เป็นอู่ข้าวอู่น้ำของประเทศ สังเกตได้จากถ้าเราขับรถผ่านไปในช่วงฤดูปลูกข้าว มองไปทางไหนก็จะเห็นแต่ทุ่งนาสีเขียวขจีไปหมด… เมื่อมีข้าว มีน้ำ ความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติจึงเกิดขึ้น

ชัยนาทมีสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งส่วนใหญ่จะเป็นวัดเพราะเป็นเมืองเก่าหน้าด่านที่มีความสำคัญในสมัยอดีตและเคยเป็นที่ตั้งทัพรับศึกพม่าหลายครั้งและมีชัยชนะทุกครั้งไปนี่จึงเป็นที่มาของชื่อเมืองชัยนาทแห่งนี้

มาเที่ยวชัยนาทแล้วถ้าเราไม่พาคุณผู้อ่านไปเยือนสวนนกชัยนาท สถานที่ท่องเที่ยวฮอทฮิตของที่นี่…ถือว่าพลาด วันนี้เราเลยขออาสาพาคุณผู้อ่านเข้าไปสัมผัสและทำความรู้จักเหล่าบรรดานกน้อยๆ และสิ่งที่น่าสนใจอื่นๆ ภายในสวนนกชัยนาทแบบใกล้ชิด

สวนนกชัยนาท ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาพลอง หมู่ที่ 4 ตำบลเขาท่าพระ อำเภอเมืองชัยนาท เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของจังหวัดชัยนาท ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2526 บนพื้นที่กว่า 248 ไร่ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวและอนุรักษ์นกสายพันธุ์ต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยการสนับสนุนจากหลายฝ่าย ทำให้สวนนกชัยนาทมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง สร้างความสนุกแปลกใหม่ให้กับนักท่องเที่ยวผู้มาเยือนทั้งชาวไทยและชาวชาติ ปัจจุบันอยู่ภายใต้การดูแลขององค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยนาท

ภายในสวนนกชัยนาทประกอบไปด้วย โซนการจัดแสดงและให้ความรู้ต่างๆ ซุ้มดอกไม้ ซุ้มนกที่จัดไว้ให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายรูปเป็นที่ระลึก บริเวณตรงกลางจะเป็นสระน้ำขนาดใหญ่ มีหุ่นฟางนกอินทรีย์ใหญ่ ที่ทำมาจากฟางเคลือบด้วยเรซิลหล่อใส บริเวณด้านหลังตรงเชิงเขาจะเป็นวิหารหลวงปู่ศุข หลวงพ่อที่ชาวชัยนาทให้ความเคารพนับถือเป็นอย่างมาก สามารถเดินขึ้นไปเพื่อชมวิวมุมสูงโดยรอบของบริเวณสวนนกได้

เมื่อเดินผ่านประตูทางเข้าด้านขวามือจะเป็น ศูนย์รวมนกนานาชาติ เป็นสถานที่รวบรวมเหล่านกหลากหลายสายพันธุ์ คุ้นตาบ้าง ไม่คุ้นตาบ้าง มีทั้งสีเขียว เหลือง แดง ดำ ขาว ฟ้า ส้ม สวยสดสวยงาม หน้าตาน่ารักน่าเอ็นดู พร้อมมีป้ายชื่อแนะนำตัว และรายละเอียดพฤติกรรมความเป็นอยู่อย่างครบถ้วนทุกกรง เช่น นกค๊อกคาเทล มีถิ่นที่อยู่อาศัยในประเทศออสเตรเลีย นกแก้วซันคอนัวร์ มาจากละตินอเมริกา นกแก้วมาคอร์เขียว พบมากในอมริกาใต้ ประเทศโคลอมเบีย นกลุมพูขาว พบมากทางตอนใต้ของประเทศไทย และนกไก่ฟ้าหลังขาว ที่พบได้ในประเทศจีน ไทย พม่า เป็นต้น ทำให้เกิดความสนุกและเพลิดเพลินตลอดการเดินเที่ยวชม

ถ้าเราเดินตามเข็มนาฬิกาวนรอบสระน้ำ ทางด้านซ้ายมือสถานที่แรกที่เราจะพบคือ อาคารแสดงพันธุ์ปลาลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ชมนิทรรศการวิถีประมงไทย เรือจำลอง ปลาน้ำจืดลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาสายพันธุ์ต่างๆ มากกว่า 90 ชนิด มี่ทั้งปลาหายาก ปลาสูญพันธุ์ ปลาเศรษฐกิจ ปลาอันตราย เช่น ปลาเสือตอ ปลาตองลาย ปลาเสือสุมาตรา ปลากดหิน ปลาช่อนงูเห่า ปลาข่อนข้าหลวง ปลาทรงเครื่อง เป็นต้น ส่วนไฮไลต์ของที่นี่คือ อุโมงค์แก้ว ที่รวบรวมปลาน้ำจืดสายพันธ์ยักษ์ให้ว่ายวนอยู่ด้านหน้าและบนหัวของเรา ไม่เสียค่าเข้าชมเพิ่ม เปิดบริการทุกวัน เวลา 08.00-17.00 น.

เดินถัดขึ้นมาอีกหน่อยจะเป็นที่ตั้งของ สวนน้ำอวกาศ ซึ่งได้เปิดให้บริการมาตั้งแต่เมื่อเดือนเมษายน 2557 ค่าเข้าผู้ใหญ่ 30 บาท เด็ก 15 บาท เล่นน้ำเพลิดเพลินใจดับร้อนกันได้ทั้งวัน ยิ่งคุณน้องๆ หนูๆ คงจะเป็นที่ถูกใจมาก เพราะได้เล่นน้ำกับเหล่าบรรดาตัวการ์ตูนทั้งหลาย บริการดี สถานที่สะอาด

มาเรียนรู้ดูของแปลกตากันต่อที่ อาคารพิพิธภัณฑ์ไข่นก (Egg Museum) เป็นอาคารที่รวบรวมไข่นกสายพันธุ์ต่างๆ ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ให้ได้เรียนรู้ เปิดเข้าชมทุกวัน ระหว่างเวลา 08.00-17.00 น.

อีกหนึ่งจุดที่ห้ามพลาดคือ กรงนกยักษ์ ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชีย รวบรวมพันธุ์นกนานาชนิดให้อยู่อาศัยอย่างอิสระ โดยใช้ตาข่ายคลุมจากเชิงเขาพลองมาถึงที่ราบ ขนาดพื้นที่ 26 ไร่เศษ มีความสูง 26 เมตร กว้าง 180 เมตร ยาว 240 เมตร เข้าออกทางเดียว หน้าทางเข้าจะทำเป็นประตูโซ่กันนกบินออก ด้านในบริเวณมีการปลูกต้นไม้และจัดที่นั่งให้สำหรับนักท่องเที่ยวได้นั่งพักผ่อน ชมนกชมไม้อย่างสบายอุรา
สวนนกชัยนาทเปิดให้เข้าชมทุกวัน ระหว่างเวลา 08.00-18.00 น. อัตราค่าเข้าชมชาวไทย ผู้ใหญ่ 30 บาท เด็ก 20 บาท ชาวต่างประเทศ ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท (ค่าเข้าดังกล่าวสามารถเข้าชมได้ทุกอาคารในสวนนก) สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สวนนกชัยนาท โทร. 0 5647 6624 หรือที่ อบจ.ชัยนาท โทร. 0 5647 6617

อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวสำหรับชมวิวทิวทัศน์ของแม่น้ำเจ้าพระยาตลอดเช้าจรดเย็น โดยเฉพาะในยามพระอาทิตย์ตกดิน ได้แก่ เขื่อนเจ้าพระยา ซึ่งเป็นเขื่อนแห่งแรกของประเทศไทย ตั้งอยู่บริเวณคุ้งบางกระเบียน หมู่ที่ 3 ตำบลบางหลวง อำเภอสรรพยา ลักษณะเป็นเขื่อนคอนกรีตเสริมเหล็ก มีความยาว 237.50 เมตร สูง 16.50 เมตร สร้างขวางทางน้ำโดยแบ่งเป็นช่องๆ สำหรับให้น้ำไหลผ่าน 16 ช่อง มีประตูสำหรับให้เรือสัญจรผ่านเข้า-ออกได้ บริเวณเขื่อนมีความสวยงามตามธรรมชาติ ช่วงเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์ จะมีฝูงนกเป็ดน้ำนับหมื่นตัวมาอาศัยหากินอยู่ในแม่น้ำบริเวณเหนือเขื่อน เขื่อนนี้ใช้ประโยชน์ทางด้านการชลประทาน การทดน้ำเพื่อการเกษตร การอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำ โดยระบายน้ำจากแม่น้ำในภาคเหนือสู่ภาคกลางและอ่าวไทย และยังผลิตไฟฟ้าใช้ภายในจังหวัดด้วย ปัจจุบันเขื่อนเจ้าพระยามีบ้านพักรับรองนักท่องเที่ยว และสนามกอล์ฟเขื่อนเจ้าพระยาไว้บริการ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักชลประทานที่ 12 เขื่อนเจ้าพระยา ตำบลบางหลวง โทร. 0 5640 5012-15 (ต่อคลับเฮ้าท์ 232)

ก่อนกลับขอพาแวะไปกราบสักการะพระบรมสารีริกธาตุที่ วัดพระบรมธาตุวรวิหาร  ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากเขื่อนเจ้าพระยานัก ตั้งอยู่ที่บ้านท้ายเมือง ฝั่งขวาของแม่น้ำเจ้าพระยา จากหลักฐานตามศิลปวัตถุที่ค้นพบพอสันนิษฐานได้ว่า สร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น มีตำนานพื้นบ้านเล่ากันว่า มีพระภิกษุรูปหนึ่งลงไปสรงน้ำที่หน้าวัดในเวลาจวนจะพลบค่ำ ได้ยินเสียงวัตถุกระทบขันตักน้ำและเห็นแสงเป็นประกาย จึงหยิบมาดูก็แน่ใจว่าเป็นพระบรมสารีริกธาตุ จึงอัญเชิญบรรจุไว้ในองค์พระเจดีย์

การเดินทาง

โดยรถยนต์ส่วนตัว

จังหวัดชัยนาทอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 194 กิโลเมตร ไปตามทางหลวงหมายเลข 1 ประมาณกิโลเมตรที่ 50 มีทางแยกเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 32 ผ่านจังหวัดอ่างทอง จังหวัดสิงห์บุรี ประมาณกิโลเมตรที่ 183 มีทางแยกซ้ายมือเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 1 เพื่อไปจังหวัดชัยนาทอีกประมาณ 10 กิโลเมตร

โดยรถประจำทาง
จากกรุงเทพฯ มีรถโดยสารของ บริษัท ขนส่ง จำกัด ออกจากสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (จตุจักรฯ) ทุกวัน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมงกว่า สอบถามรายละเอียดและตารางเดินรถได้ที่ Call Center 1490 เรียก บขส. หรือ www.transport.co.th

874 total views, 3 views today

Comments

About Author

Comments are closed.