‘เกาะลันตา’ วันฟ้าใส พร้อมชาร์ตแบตฯ ให้หัวใจแบบจัดเต็ม!

0

ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่คู่หูเดินทางพาท่านผู้อ่านข้ามน้ำข้ามทะเลข้ามหนีร้อนมาเที่ยวยังเกาะลันตาใหญ่ ซึ่งเป็นเกาะที่เราได้ยินชื่อเสียงของความสวยงามและธรรมชาติแบบจัดเต็มมานานแล้ว แต่ด้วยเพราะจังหวะชีวิต และการงานที่รัดตัว กว่าจะวางแพลนโยกซ้ายย้ายขวามาได้ก็รอมาจนถึงฉบับที่ 92 กันเลยทีเดียว….
“ลันตา” เป็นชื่อเกาะขนาดใหญ่ มีรูปร่างเรียวยาว พื้นที่ 472 ตารางกิโลเมตร อยู่ในเขตพื้นที่อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ ชื่อ “ลันตา” สันนิษฐานว่าเพี้ยนมาจากคำว่า “ลันตาส” ซึ่งเป็นภาษาชวา แปลว่า ที่ย่างปลา เพราะในอดีตเกาะใหญ่แห่งนี้เป็นที่ที่ชาวเรือชวามักมาหยุดพักและย่างปลาเป็นอาหาร แล้วต่อมาเกาะนี้ก็เปลี่ยนฐานะมาเป็นเมืองท่าที่ชาวจีนและชาวอาหรับผู้แล่นเรือค้าขายในน่านน้ำภูเก็ต ปีนัง สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย แวะขึ้นมาพักและทำการค้าขาย จนในที่สุดก็กลายเป็นชุมชนที่คึกคัก บนเกาะจึงมีความหลากหลายของชาติพันธุ์ ทั้งชาวไทยพุทธ ชาวไทยจีน ชาวไทยมุสลิม และชาวไทยใหม่ (ชาวเล) อาศัยอยู่ร่วมกันอย่างสันติ โดยชาวบ้านส่วนใหญ่จะนับถือศาสนาอิสลาม
‘เกาะลันตา’ อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 800 กว่ากิโลนิดๆ โดยแบ่งพื้นที่ออกเป็นเป็นเกาะลันตาน้อย และเกาะลันตาใหญ่ บนเกาะลันตาน้อยจะเป็นที่อยู่อาศัยของชาวพื้นเมืองชุมชนดั่งเดิม มีอาชีพเกษตรกรรมและการทำประมง ไม่มีชายหาดและที่พักเหมือนเกาะลันตาใหญ่ นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จึงมุ่งเป้าไปใช้ชีวิตพักผ่อนแบบชิลๆ กันบนเกาะลันตาใหญ่ เพราะมีสถานที่ท่องเที่ยว ร้านค้า ร้านอาหาร และจุดบริการต่างๆ ครบครัน
การเดินทางจากฝั่งไปยังเกาะลันตาใหญ่ต้องข้ามเรือแพถึง 2 ช่วง (ถ้าการสัญจรไม่คับคั่งมาก จะใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาที แต่ถ้าคับคั่งก็อาจต้องใช้เวลารอนานสักหน่อย… พิสูจน์ความอดทนเล็กน้อย แต่ถ้าข้ามไปถึงจะรู้เลยว่า คุ้มค่ามาก!) และด้วยเพราะสาเหตุของความห่างไกลจากแผ่นดินใหญ่นี่แหละ ความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติจึงยังอยู่แบบเต็มพิกัด … หาดทรายสวยๆ น้ำทะเลใสๆ มองเส้นขอบฟ้าไกล จะรออะไร… โดนน้ำตู้มเลย เพราะถ้าใครมาที่นี่แล้วไม่ได้สัมผัสน้ำทะเลถือว่า “ผิด” เพราะว่ามันสวยมากๆๆๆๆๆ จนอดใจไม่อยู่ ที่สำคัญมีชายหาดสาธารณะให้ลงเล่นน้ำกันแบบไม่ต้องเกรงใจว่าจะไปโดนพื้นที่ส่วนตัวของใครด้วย

เกาะลันตาใหญ่ มีลักษณะรูปร่างยาวเรียวจากเหนือจรดใต้ มีความยาวประมาณ 30 กิโลเมตร กว้างประมาณ 6 กิโลเมตร ศูนย์กลางธุรกิจของเกาะอยู่ที่บริเวณท่าเรือศาลาด่าน ซึ่งมีทั้งบริการท่องเที่ยว ร้านอาหาร ธนาคาร ด้านทิศตะวันตกจะมีชายหาดและอ่าวที่สวยงามมากมายเรียงรายต่อเนื่องกันถึง 13 หาด มีทั้งหาดหินและหาดทราย เพียบพร้อมด้วยที่พักหลากสไตล์ ตามงบประมาณของคุณ ชายหาดและอ่าวที่ได้รับความนิยม ได้แก่ หาดคอกวาง หาดโละบารา หาดพระแอะ หาดคลองโขง หาดคลองนิน อ่าวบากันเตียง และอ่าวคลองจาก เป็นต้น

หาดพระแอะ จะเป็นชายหาดที่ยาวที่สุดบนเกาะนี้ เป็นพื้นที่สาธารณะ มีห้องน้ำพร้อม สามารถมาเล่นน้ำ นอนอาบแดด นั่งรับลมทะเลเพลินๆ ได้ตลอดทั้งวัน หาดทรายละเอียดและน้ำใสมาก

จากท่าเรืองหากเราขับรถมุ่งหน้าไปทางตอนใต้ของเกาะ บริเวณแหลมโตนดซึ่งเป็นที่ตั้งของ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา ตลอดเส้นทางคุณจะได้พบกับความสวยงามของธรรมชาติที่หลากหลาย มีทั้งชายหาด โขดหิน สลับกับแนวทิวเขา พร้อมป่าไม้เขียวขจีตลอดสองข้างทาง เมื่อมาถึงที่ทำการอุทยานฯ แล้ว จุดไฮไลท์ที่ห้ามพลาดคือ “ประภาคารสีขาว” ซึ่งเป็นเสมือนสัญลักษณ์ของเกาะลันตา จะเช็คอิน แชะ หรือเซลฟี่ก็ทำได้ตามอัธยาศัย แต่ระวังด้วยเพราะทางค่อยข้างลาดชันและลมแรงมาก
ในบริเวณนี้มีชายหาด สามารถเข้ามาเล่นน้ำหรือพักผ่อนได้ สวยสะอาดตลอดทั้งวัน โดยเฉพาะยามเย็นจะเต็มไปด้วยบรรดานักท่องเที่ยวที่จะมาจับจองพื้นที่นั่ง เพื่อรอถ่ายภาพพระอาทิตย์ตกดิน (ค่าธรรมเนียม คนไทย ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท ชาวต่างประเทศ ผู้ใหญ่ 400 บาท เด็ก 200 บาท)

ส่วนทางฝั่งตะวันออกของเกาะจะเป็นที่ตั้งของ ชุมชนโบราณ บ้านศรีรายา ซึ่งตั้งมากว่าร้อยปี เดิมทีในบริเวณนี้เคยเป็นที่ตั้งของที่ว่าการอำเภอเกาะลันตา แต่ในปัจจุบันได้ย้ายไปอยู่บนเกาะลันตาน้อยแล้ว เสน่ห์ที่เชิญชวนให้นักท่องเที่ยวมาเที่ยวชมที่นี่คือ บ้านไม้เรือนแถวสมัยก่อนที่มีหน้าแคบ แต่กับลึกยื่นยาวลงไปในทะเล ซึ่งชาวบ้านที่นี่ยังคงอนุรักษ์และเก็บรักษาเอาไว้เป็นอย่างดี บางหลังก็แปลงเป็นโฮมสเตย์บ้าง ร้านอาหารบ้าง ร้านขายของที่ระลึกบ้าง เราจะได้เห็นถึงความผสมผสานของหลากหลายวัฒนธรรม และวิถีชีวิตที่สงบเรียบง่ายของชาวไทย-จีน และชาวไทย-มุสลิม ที่อยู่อาศัยร่วมกันได้อย่างกลมกลืน
เดินเล่นที่นี่บอกเลย… มีความสุขมาก ทั้งชิม ทั้งชม ทั้งช้อปกับสินค้างานแฮนด์เมค กระเป๋าผ้าที่ทำจากมือล้วนๆ มีเพียงชิ้นเดียวในโลก ด้วยการตัดแต่งอย่างใส่ใจและพิถีพิถัน การเย็บปักอย่างประณีต สวยสมราคาและความมานะของเจ้าของผลิตภัณฑ์… เราก็ซื้อซิคะ จะรออะไร… ที่สำคัญเจ้าของร้านอัธยาศัยดีมาก ต่อบ้าง ลดได้บ้าง ลดไม่ได้บ้าง แต่ความสุขของมิตรต่างถิ่นและต่างวัย ยังคงอบอวลอยู่ในความทรงจำที่ดีของเราเสมอ (ร้านอยู่ด้านหน้าของ ศรีรายาเกสท์เฮ้าส์ โทร. 0 7569 7045, 08 2536 1781) นอกจากนี้ ยังมีร้านอาหารและร้านขายของฝากของที่ระลึกอีกมากมาย
การเดินทางบนเกาะสามารถเช่ารถมอเตอร์ไซด์ขับได้ วันละ 150 – 250 บาท ขึ้นอยู่กับสมรรถนะของรถและจำนวนวันที่เช่า หรือจะเช่าเป็นรถสองแถวแท็กซี่ขับรับ-ส่งเป็นจุดๆ ก็ได้ มีถนนลาดยางอย่างดีตลอดเส้นทาง ตั้งแต่ท่าเรือศาลาด่าน ไปจนถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตาเลย

และนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการดำน้ำสำรวจโลกใต้ท้องทะเล ที่นี่ก็มีบริการนำเที่ยวแบบ One Day Trip ทั้ง เกาะตะละเบ็ง เกาะรอกนอก เกาะรอกใน เกาะไหง เกาะหิน และเกาะห้า (ตุกนลิมา) โดยสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลได้จากบริษัทนำเที่ยวที่เปิดให้บริการอยู่ทั่วไปบนเกาะ และสำหรับท่านใดที่ต้องการพักค้างแรมในบริเวณที่ทำการอุทยานฯ หรือบนเกาะต่างๆ ซึ่งมีพื้นที่สำหรับกางเต้นท์ กรุณาติดต่อล่วงหน้าที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา โทร. 0 7566 0711-2 หรือ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โทร. 0 2562 0760 หรือ www.park.dnp.go.th

หมายเหตุ : อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตาประกาศปิดการท่องเที่ยวและพักแรมในแหล่งท่องเที่ยวของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา บริเวณเกาะรอก กองหินแดง-กองหินม่วง และเกาะห้า (ตุกนลิมา) ตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคม – 31 ตุลาคมของทุกปี

+ การเดินทาง
   เกาะลันตาอยู่ห่างจากเมืองกระบี่ประมาณ 70 กิโลเมตร นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางสู่เกาะลันตาได้หลายวิธี ทั้งทางรถยนต์ส่วนตัว รถตู้ และเรือโดยสาร
+ โดยรถยนต์
    จากกรุงเทพฯ ต้องขับรถไปยังท่าเรือหัวหิน จังหวัดกระบี่ เพื่อข้ามแพขนานยนต์ไปเกาะลันตา โดยเริ่มต้นจากการใช้ทางหลวงหมายเลข 4 (เพชรเกษม) จนถึงจังหวัดชุมพร แล้วต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 41 ผ่านอำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร สู่อำเภอไชยา อำเภอเวียงสระ จังหวัดสุราษฎร์ธานี จากนั้นใช้ทางหลวงหมายเลข 4035 ถึงอำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่ แล้ววกเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 4 เพื่อเข้าสู่ตัวเมืองกระบี่ ระยะทางประมาณ 814 กิโลเมตร

เมื่อถึงเขตเมืองกระบี่ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 4 ผ่านท่าอากาศยานนานาชาติกระบี่ อำเภอเหนือคลอง อำเภอคลองท่อม ถึงประมาณหลักกิโลเมตรที่ 64 แล้วเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 4206 สู่บ้านหัวหิน ซึ่งเป็นจุดลงแพขนานยนต์ไปยังเกาะลันตาใหญ่ จะต้องลงแพขนานยนต์ 2 ช่วง คือ บ้านหัวหิน-เกาะลันตาน้อย (ค่าข้ามแพ รถยนต์คันละ 100 บาทรวมคนขับ ผู้โดยสารคนละ 10 บาท) และเกาะลันตาน้อย-เกาะลันตาใหญ่ (ค่าข้ามแพ รถยนต์คันละ 70 บาทรวมคนขับ ผู้โดยสาร คนละ 3 บาท) หมายเหตุ ปัจจุบันได้มีการสร้างสะพานข้ามเชื่อมต่อระหว่างเกาะลันตาน้อยและเกาะลันตาใหญ่แล้ว เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้แก่นักท่องเที่ยวและชาวบ้านที่ต้องสัญจรไปมา

+ 

โดยรถประจำทาง
     จากกรุงเทพฯ นั่งรถโดยสารของ บริษัท ขนส่ง จำกัด สายกรุงเทพฯ-กระบี่ ออกจากสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (ถนนบรมราชชนนี) ทุกวัน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 12 ชั่วโมง สอบถามรายละเอียดและตารางเดินรถได้ที่ Call Center 1490 เรียก บขส. หรือ www.transport.co.th

1,098 total views, 3 views today

Comments

About Author

Comments are closed.