หน้า: 1   ลงล่าง
ผู้เขียน หัวข้อ: Hello Summer! ที่ เกาะพยาม ระนอง  (อ่าน 7858 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
busbuddy
Administrator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 929


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: เมษายน 05, 2015, 05:52:31 PM »

       ฤดูร้อนได้เข้ามาทักทายประเทศไทยของเราแบบเต็มตัวแล้ว ช่วงบ่ายๆ จะออกเดินทางไหนก็ควรหาหมวก หรือกางร่มบังแดดกันด้วยนะครับ อากาศร้อนๆ แบบนี้ ที่เที่ยวแรกที่ทุกคนต่างพากันคิดถึง คือ “ทะเล” แต่จะเป็นทะเลที่ไหน ใกล้ไกลก็ขึ้นอยู่กับความสะดวกของแต่ละท่านครับ
       สำหรับคู่หูเดินทางฉบับนี้ขอพาท่านผู้อ่านไปล่องใต้ไปสัมผัสแสงแดด สายลม ท้องฟ้า ท้องทะเล รับร้อนแรกของปีกันที่ เกาะพยาม จังหวัดระนอง ซึ่งเป็นเกาะที่ตั้งอยู่ทางฝั่งทะเลอันดามัน โดยมีเกาะน้อยใหญ่รายล้อมเพิ่มความสวยงาม ในสมัยก่อนเกาะนี้มีชื่อว่า “เกาะพยายาม” เพราะเวลาจะเดินทางมาเกาะแต่ละทีต้องใช้ความพยายามมาก และเมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป ความเจริญเริ่มมาถึง การเดินทางมายังเกาะก็เริ่มสะดวกสบายมากขึ้น จึงเปลี่ยนชื่อเรียกเกาะให้สั้นลงเป็น “เกาะพยาม” ดังเช่นทุกวันนี้
       จังหวัดระนองอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 600 กิโลเมตร หากขับรถมาเองใช้เวลาเดินทางประมาณ 8-9 ชั่วโมง หรือนั่งรถโดยสาร VIP ของ บขส. มาลงที่ท่ารถ และต่อรถสองแถวมายังท่าเทียบเรือเทศบาลตำบลปากน้ำ ซึ่งเป็นท่าเรือสำหรับข้ามไปยังเกาะพยาม


* 1.jpg (98.37 KB, 684x441 - ดู 587 ครั้ง.)

* 2.jpg (138.33 KB, 684x441 - ดู 508 ครั้ง.)

* 3.jpg (121.19 KB, 684x441 - ดู 525 ครั้ง.)

* 4.jpg (143.53 KB, 684x441 - ดู 552 ครั้ง.)

* 5.jpg (143.39 KB, 684x441 - ดู 496 ครั้ง.)

* 6.jpg (185.59 KB, 684x441 - ดู 525 ครั้ง.)

* 7.jpg (93.37 KB, 684x441 - ดู 499 ครั้ง.)

* 8.jpg (126 KB, 684x441 - ดู 533 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า

busbuddy
Administrator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 929


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1 เมื่อ: เมษายน 05, 2015, 05:54:57 PM »

       เกาะพยามอยู่ห่างจากฝั่ง 35 กิโลเมตร หากนั่งเรือเมล์ ใช้เวลาเดินทาง 2 ชั่วโมง มีเรือออกจากฝั่ง 2 รอบ เวลา 9.30 และ 14.00 น. ค่าดดยสารท่านละ 200 บาท ส่วนเรือสปี๊ดโบ๊ท ใช้เวลาเดินทาง 40 นาที ท่านละ 350 บาท ในช่วงหน้าท่องเที่ยวจะมีเรือออกจากฝั่งเรื่อยๆ แต่ควรโทรสอบถามก่อนเพื่อความสะดวก ติดต่อ คุณหนุ่ย โทร. 08 2289 0666,08 0611 4614
       ที่แรกเมื่อเราข้ามมาถึงเกาะพยาม คือ ท่าเรืออ่าวแม่หม้าย บริเวณนี้จะเป็นจุดรับ-ส่งผู้โดยสารของเกาะ จากนั้นรอรถจากทางรีสอร์ทมารับเข้าที่พักเก็บอุปกรณ์ข้าวของเครื่องใช้ก่อนครับ ครั้งนี้เราเลือกพักที่ เดอะ บูลสกาย รีสอร์ท เกาะพยาม เป็นรีสอร์ทที่นำเอกลักษณ์ของประเทศมัลดีฟมาเป็นคอนเซ็ปในการก่อสร้าง โดยทำห้องพักให้เป็นวิลล่าส่วนตัว เมื่อยามน้ำขึ้นตัววิลล่าจะตั้งอยู่กลางน้ำใสที่รายล้อมไปด้วยไม้ป่าโกงกางเขียวขจี และนี่จึงเป็นที่มาของคำว่า “มัลดีฟ เมืองไทย” ที่ทำให้หลายๆ คนอยากมาลองสัมผัส และคงปฎิเสธไม่ได้ว่าสถานที่แห่งนี้เป็นแลนด์มาร์คแห่งหนึ่งที่ทำให้คนรู้จักชื่อของเกาะพยามมากขึ้น บวกกับทำเลที่ตั้ง สถานที่พัก ร้านอาหาร การบริการ และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เรียกว่าจัดเต็มครับ เพราะที่นี่เปิดไฟให้ใช้ตลอด 24 ชั่วโมง ห้องพักก็กว้างขวาง ออกแบบตกแต่งได้อย่างสวยงาม สถานที่สะอาดสะอ้าน ในส่วนของร้านอาหารที่อยู่บริเวณด้านหน้าก็ออกแบบตกแต่งสไตล์มัลดีฟริมชายหาด สวยดูดี มองเห็นวิวทะเลแบบเปิดกว้าง 180 องศา ลมพัดเย็นสบาย สามารถนั่งเล่นชิลๆ ได้ทั้งวัน อาหารก็อร่อย ไม่มีขาดตกบกพร่อง ราคาอาจจะค่อนข้างสูงสักหน่อย แต่หากเทียบกับบริการต่างๆ ก็ถือว่าโอเคครับ เค้าเปิดให้บริการนักท่องเที่ยวทั่วไป ถึงใครไม่ได้มาพักที่นี่ ก็สามารถแวะมารับประทานอาหาร หรือถ่ายรูปสวยๆ กันได้ เพียงแต่ไม่สามารถเดินเข้าไปในโซนที่พักของลูกค้าได้เท่านั้น


* 1.jpg (144.16 KB, 684x441 - ดู 529 ครั้ง.)

* 2.jpg (117.05 KB, 684x441 - ดู 510 ครั้ง.)

* 3.jpg (161.47 KB, 684x441 - ดู 485 ครั้ง.)

* 4.jpg (149.27 KB, 684x441 - ดู 475 ครั้ง.)

* 5.jpg (116.34 KB, 684x441 - ดู 509 ครั้ง.)

* 6.jpg (122.8 KB, 684x441 - ดู 517 ครั้ง.)

* 7.jpg (137.38 KB, 684x441 - ดู 478 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า

busbuddy
Administrator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 929


ดูรายละเอียด
« ตอบ #2 เมื่อ: เมษายน 05, 2015, 05:56:13 PM »

        ที่นี้จัดโซนมี่พักไว้ 3 โซนครับ คือ โซนหน้าติดริมทะเล วิลล่า ซีวิว เป็นแบบ 2 ชั้น ส่วนโซนด้านข้างเป็นวิวป่าโกงกาง วิลล่า โซน R และวิลล่าโซน L ต่างกันตรงโซน R มีบันไดให้ลงเล่นน้ำ และสามารถพายเรือคายัคมาหน้าที่พักได้ครับ กิจกรรมหลักๆ ของที่นี่คือ การมาพักผ่อนจริงๆ บางคนอ่านหนังสือ บางคนถ่ายรูปอัพเฟสฯ อ่านข่าวบนโลกออนไลน์ บางคนก็เล่นน้ำ ซึ่งน้ำทะเลที่หน้าหาดจะใสมาก หาดทรายก็สวย หรือบางคนอาจเลือกที่จะเล่นน้ำในบริเวณหน้าห้องพักก็ได้ เมื่อถึงเวลาน้ำขึ้นก็ไปพายเรือคายัคเล่น สำรวจป่าโกงกางในบริเวณใกล้ๆ หรือพายเรือชมอาณาบริเวณของรีสอร์ตก็ได้ครับ มีอุปกรณ์จัดเตรียมไว้ด้านหน้ารีสอร์ตพร้อม ที่สำคัญการมาที่นี่ต้องเช็คเวลาน้ำขึ้น น้ำลงด้วยนะครับ จะได้จัดสรรเวลาไปเที่ยวตามอ่าวต่างๆ รอบเกาะได้ถูก


* 8.jpg (161.46 KB, 684x441 - ดู 463 ครั้ง.)

* 9.jpg (140.57 KB, 684x441 - ดู 520 ครั้ง.)

* 10.jpg (108.94 KB, 684x441 - ดู 467 ครั้ง.)

* 11.jpg (185.93 KB, 684x441 - ดู 778 ครั้ง.)

* 12.jpg (129.45 KB, 684x441 - ดู 1602 ครั้ง.)

* 13.jpg (169.21 KB, 684x441 - ดู 453 ครั้ง.)

* 14.jpg (149.47 KB, 684x441 - ดู 622 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า

busbuddy
Administrator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 929


ดูรายละเอียด
« ตอบ #3 เมื่อ: เมษายน 05, 2015, 05:58:46 PM »

       จริงๆ แล้วที่พักบนเกาะก็มีให้เลือกพักหลายแห่ง หลายสไตล์ ตามอ่าวต่างๆ ขึ้นอยู่กับงบประมาณ บรรยากาศ และสถานที่ครับ เริ่มตั้งแต่หลักร้อยถึงหลักหลายพันกันเลย เมื่อเราลงจากท่าเรือเกาะพยามบริเวณนั้นเรียกว่า อ่าวแม่หม้าย ซึ่งเป็นชุมชนใหญ่ของที่นี่ มีทั้งร้านขายของสด ของแห้ง ร้านอาหาร ร้านให้เช่ามอเตอร์ไซด์ ฯลฯ เดอะ บูลสกาย รีสอร์ต จะตั้งอยู่ทางด้านซ้ายมือ ส่วนทางด้านขวามือจะเป็นที่ตั้งของ “วัดเกาะพยาม” หากสังเกตดีๆ ตั้งแต่เรือเริ่มเข้าใกล้เกาะเราก็จะเห็นเจดีย์สีขาวของวัดตั้งโดดเด่นอยู่กลางทะเลแล้ว


* 1.jpg (134.54 KB, 684x441 - ดู 460 ครั้ง.)

* 2.jpg (134.63 KB, 684x441 - ดู 1469 ครั้ง.)

* 3.jpg (159.85 KB, 684x441 - ดู 488 ครั้ง.)

* 4.jpg (185.51 KB, 684x441 - ดู 470 ครั้ง.)

* 5.jpg (128.38 KB, 684x441 - ดู 492 ครั้ง.)

* 6.jpg (148.45 KB, 684x441 - ดู 488 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า

busbuddy
Administrator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 929


ดูรายละเอียด
« ตอบ #4 เมื่อ: เมษายน 05, 2015, 06:00:24 PM »

       นอกจากนี้แล้ว บนเกาะยังมีอ่าว อื่นๆ ที่น่าสนใจ เช่น อ่าวใหญ่ อ่าวนี้เป็นอ่าวที่เงียบสงบ มีที่พักหลายแห่ง และเป็นอ่าวที่มีชายหาดที่ยาวที่สุดบนเกาะ นักท่องเที่ยวที่มาพักส่วนใหญ่จะเป็นชาวต่างชาติที่ชอบความเงียบสงบและเป็นส่วนตัว เป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกที่สวยงาม สามารถมาตั้งกล้องรอไส้ได้เลย เพราะเวลาพระอาทิตย์เริ่มจะลับขอบฟ้า ใช้เวลาแป๊ปเดียว


* 1.jpg (94.96 KB, 684x441 - ดู 509 ครั้ง.)

* 2.jpg (186.15 KB, 684x441 - ดู 507 ครั้ง.)

* 3.jpg (145 KB, 684x441 - ดู 511 ครั้ง.)

* 4.jpg (90.49 KB, 684x441 - ดู 499 ครั้ง.)

* 5.jpg (97.18 KB, 684x441 - ดู 466 ครั้ง.)

* 6.jpg (99.88 KB, 684x441 - ดู 523 ครั้ง.)

* 7.jpg (185.48 KB, 684x441 - ดู 520 ครั้ง.)

* 8.jpg (176.22 KB, 684x441 - ดู 474 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า

busbuddy
Administrator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 929


ดูรายละเอียด
« ตอบ #5 เมื่อ: เมษายน 05, 2015, 06:01:54 PM »

       มาต่อกันที่อีกหนึ่งอ่าวที่เป็นที่นิยมเช่นกัน คือ อ่าวเขาควาย แบ่งเป็นอ่าวเขาควายฝั่งเหนือ และอ่าวเขาควายฝั่งใต้ หากขัยรถมาจากท่าเรือจะถึงอ่าวเขาควายฝั่งใต้ก่อน ซึ่งเป็นที่ตั้งของ “หินทะลุ” ความมหัศจรรย์ของธรรมชาติที่ได้สร้างสรรค์เอาไว้ มีช่องหินที่ถูกน้ำกัดเซาะประหนึ่งกรอบรูปวิวท้องทะเล เมื่อยามน้ำลง มีอยู่ด้วยกันหลายช่อง อ่าวนี้จะมีชายหาดที่ตื้นเขินมากๆ เมื่อเวลาน้ำลงต้องเดินไปไกลกว่าจะถึงน้ำทะเล ส่วนบริเวณอ่าวเขาควายฝั่งเหนือนั้น เป็นอีกหนึ่งจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกที่สวยงามเช่นกัน


* 1.jpg (152.53 KB, 684x441 - ดู 466 ครั้ง.)

* 2.jpg (164.07 KB, 684x441 - ดู 460 ครั้ง.)

* 3.jpg (184.82 KB, 684x441 - ดู 506 ครั้ง.)

* 4.jpg (134.2 KB, 684x441 - ดู 470 ครั้ง.)

* 5.jpg (116.38 KB, 684x441 - ดู 519 ครั้ง.)

* 6.jpg (128.26 KB, 684x441 - ดู 470 ครั้ง.)

* 7.jpg (188.25 KB, 684x441 - ดู 480 ครั้ง.)

* 8.jpg (153.79 KB, 684x441 - ดู 473 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า

busbuddy
Administrator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 929


ดูรายละเอียด
« ตอบ #6 เมื่อ: เมษายน 05, 2015, 06:03:11 PM »

       สำหรับคนที่รักความสงบ และมีความเป็นโลกส่วนตัวสูงต้องมาพักที่อ่าวนี้ครับ “อ่าวกวางปีบ” อ่าวนี้พูดได้เลยว่า เป็นอ่าวที่น้ำทะเลใสที่สุด มีเกาะแก่งหินน้อยใหญ่มาช่วยแต่งแต้มให้ดูไม่โล่งจนเกินไป สามารถมานอนอาบแดด หรือนอนอ่านหนังสือ ใช้ชีวิตชิลๆ ใต้ร่มไม้ใบบังได้อย่างสุขสงบมาก แต่หนทางมายังอ่าวนี้ค่อนข้างสมบุกสมบันสักหน่อย เพราะทางขึ้นมาด้านบนก่อนถึงชายหาดจะเป็นทางลาดชัน และถนนดินขรุขระ แต่เมื่อผ่านมันไปได้ ภาพที่เห็นเรียกว่า คุ้มสุดคุ้มครับ แต่หากใครที่ขี่มอเตอร์ไซด์ไม่ค่อยเก่ง แนะนำให้จอดไว้ข้างล่างก่อน แล้วค่อยๆ เดินขึ้นมาเกือบ 700 เมตรครับ ที่พักบริเวณนี้มีที่เดียว คือ อ่าวกวางปีบ รีสอร์ท หากใครสนใจติดต่อ คุณใหม่ ได้ที่โทร. 08 9048 5350


* 1.jpg (124.82 KB, 684x441 - ดู 478 ครั้ง.)

* 2.jpg (129.98 KB, 684x441 - ดู 485 ครั้ง.)

* 3.jpg (134.41 KB, 684x441 - ดู 498 ครั้ง.)

* 4.jpg (110.12 KB, 684x441 - ดู 433 ครั้ง.)

* 5.jpg (115.75 KB, 684x441 - ดู 456 ครั้ง.)

* 6.jpg (119.81 KB, 684x441 - ดู 461 ครั้ง.)

* 7.jpg (173.15 KB, 684x441 - ดู 495 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า

busbuddy
Administrator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 929


ดูรายละเอียด
« ตอบ #7 เมื่อ: เมษายน 05, 2015, 06:05:11 PM »

         ปิดท้ายกันที่ อ่าวคอกิ่ว อ่าวนี้ทางขึ้น-ลงสูงชันน่าดูครับ ต้องใช้กำลังขาอย่างแรง บริเวณริมอ่าวจะเป็นก้อนหินกลมโดยส่วนใหญ่ มีที่พักอยู่ด้านบนไว้สำหรับนั่งมองวิวกว้างๆ ของท้องทะเล
         


* 1.jpg (118.4 KB, 684x441 - ดู 445 ครั้ง.)

* 2.jpg (138.84 KB, 684x441 - ดู 444 ครั้ง.)

* 4.jpg (133.69 KB, 684x441 - ดู 454 ครั้ง.)

* 3.jpg (161.78 KB, 684x441 - ดู 499 ครั้ง.)

* 5.jpg (165.96 KB, 684x441 - ดู 499 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า

busbuddy
Administrator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 929


ดูรายละเอียด
« ตอบ #8 เมื่อ: เมษายน 05, 2015, 06:06:31 PM »

        การเดินทางบนเกาะต้องเช่ามอเตอร์ไซด์เท่านั้นครับ เกียร์ธรรมดาคันละ 200 บาท/วัน เกียร์ออโต้คันละ 250 บาท/วัน เติมน้ำมันเอาเอง ถ้าเที่ยวรอบเกาะก็ใช้น้ำมันประมาณ 2 ลิตรก็พอครับ ถนนก็ถือว่าใช้ได้ มีบางช่วงที่เป็นดินลูกรังทางขรุขระเอาเรื่องเหมือนกัน ต้องใช้ความระมัดระวังและความชำนาญในการขับขี่ ตลอดเส้นทางเราจะเห็นต้นกาหยู หรือ ต้นมะม่วงหิมพานต์ ส่งกลิ่นหอมเหลืองสุกรอเก็บผล เราไปช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นช่วงผลผลิตออกพอดี บางพื้นที่ก็นิยมปลูกต้นยาง การขี่รถเที่ยวบนเกาะจึงไม่ร้อนมาก เพราะมีร่มไม้บังแสงพระอาทิตย์เป็นระยะ
        เปิดทริปเที่ยวทะเลหน้าร้อนแรกของเราที่ “เกาะพยาม” แห่งนี้ ไม่ผิดหวังครับ เหมือนได้มาชาร์ตแบตฯ เพราะผู้คนไม่คึกคักมากจนเกินไป ได้ใช้ชีวิตอยู่กับตัวเองและธรรมชาติที่บริสุทธิ์ บางครั้งชีวิตคนเราก็ไม่ได้ต้องการอะไรมากมาย เพียงแค่ได้รู้จักตัวเองให้มากขึ้นในวันที่เวลาเดินช้าลงบนเกาะแห่งนี้

การเดินทาง
     โดยรถยนต์ส่วนตัว 
จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางสายธนบุรี-ปากท่อ ระยะทาง 90 กม. แยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 4 (ถนนเพชรเกษม) ผ่านเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ถึงสี่แยกปฐมพร (ชุมพร) เลี้ยวขวาไปจนถึงจังหวัดระนอง รวมระยะทาง 568 กม.

โดยรถประจำทาง
     มีรถโดยสารของ บริษัท ขนส่ง จำกัด ออกจากสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (จตุจักร) และสถานีขนส่งผู้โดยสารบรมราชชนนี ทุกวัน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 1490 เรียก บขส. หรือ www.transport.co.th

ค่าเรือข้ามไปเกาะพยาม
• ค่าเรือเมล์ ท่านละ 200 บาท (ใช้เวลาเดินทาง 2 ชั่วโมง
• ค่าเรือสปี๊ดโบ๊ท ท่านละ 350 บาท (ใช้เวลาเดินทาง 40 นาที)
*หากท่านใดขับรถไปเองมีบริการรับฝากรถบริเวณท่าเรือฯ คืนละ 100 บาท
บันทึกการเข้า

หน้า: 1   ขึ้นบน
พิมพ์
กระโดดไป: