หน้า: 1   ลงล่าง
ผู้เขียน หัวข้อ: มนต์เสน่ห์แห่งความสุข...ไม่เคยหยุดที่ "เขาใหญ่"  (อ่าน 11930 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
busbuddy
Administrator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 845


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 24, 2012, 11:28:09 AM »

  “เขาใหญ่” ถือว่าเป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของประเทศไทย และนับว่าเป็นผืนป่าใหญ่ที่อยู่ใกล้กรุงเทพมหานครมากที่สุด เป็นเส้นทางท่องเที่ยวที่มีความหลากหลาย มากสไตล์ ทั้งทางธรรมชาติ สถาปัตยกรรม และเกษตรกรรม ซึ่งรวบรวมสถานที่กิน เที่ยว ช้อป ไว้อย่างสมบูรณ์ แล้วแต่ความชื่นชอบของแต่ละบุคคล โดยมีถนนเส้นหลักที่มุ่งหน้าขึ้นสู่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ หรือ “ถนนธนะรัชต์” ที่เป็นเส้นทางแห่งความสุข มีเสน่ห์ดึงดูดใจและสร้างสีสันความบันเทิงให้แก่นักท่องเที่ยวผู้มาเยือนได้ตลอดเส้นทาง และไม่ว่าคุณจะเคยมาเที่ยวที่เขาใหญ่แห่งนี้สักกี่ครั้ง เราเชื่อว่าคุณก็จะได้พบกับความแปลกใหม่ของสถานที่แห่งนี้อยู่ตลอดเวลา
        อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ มีอาณาบริเวณครอบคลุมพื้นที่คาบเกี่ยวใน 4 จังหวัด คือ อำเภอมวกเหล็ก อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี, อำเภอปากช่อง อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา, อำเภอนาดี อำเภอกบินทร์บุรี อำเภอประจันตคาม อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี และ อำเภอปากพลี อำเภอบ้านนา อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก เมื่อปี 2548 ได้รับการประกาศให้เป็น “มรดกโลกทางะรรมชาติ” จากองค์การยูเนสโก พร้อมได้รับการบันทึกสถิติว่า เป็นแหล่งที่มีอากาศบริสุทธ์ 1 ใน 7 ของโลก และด้วยสภาพภูมิอากาศที่เย็นสบายตลอดปีของที่นี่ จึงมีผู้นำองุ่นพันธุ์ไวน์ต่างๆ มาเพาะปลูกเป็นไร่ขนาดใหญ่ ทำอุตสหกรรมไวน์หลายแห่ง และเปิดเป็นรีสอร์ทให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาดื่มด่ำกับบรรยากาศไร่องุ่นสไตล์เมดิเตอเรเนียน หรือยุโรปตอนใต้นั่นเอง และแล้วแหล่งท่องเที่ยวทางการเกษตรอื่นๆ อาทิ ร้านอาหาร ร้านกาแฟ แหล่งช็อปปิ้งพักผ่อนหย่อนใจในสไตล์ยุโรปอีกมากมายก็เกิดขึ้นตามมาเป็นทิวแถวตลอดแนวถนนธนะรัชต์ และถนนรอบๆ เขาใหญ่เกือบทุกสาย คู่หูเดินทางฉบับนี้จึงอยากจะขออัพเดทมนต์เสน่ห์แห่งความสุข ณ เขาใหญ่ สถานที่ที่มีมนต์ขลังแห่งนี้

        จุดหมายแรกของเราบนเส้นทางแห่งความสุขเริ่มต้นที่ SheepLand ตั้งอยู่บริเวณริมถนนธนะรัตน์ กม.ที่ 4 ฝั่งซ้ายมือ ซึ่งเป็นที่ตั้งของฟาร์มแกะชีพแลนด์ ที่นี่คุณจะได้สัมผัสกับความน่ารักของแกะตัวเล็กตัวน้อยไปถึงตัวใหญ่ ที่สามารถลูบ จับ สัมผัสได้ จะอุ้ม จะกอด ทำได้หมด ไม่เสียค่าเข้าชมแต่อย่างใด เพียงแค่คุณเดินผ่านประตูรั้วเข้าสู่สนามหญ้า พวกมันก็จะวิ่งเข้ามารุมล้อมรอบตัวคุณแล้ว เป็นการออดอ้อนให้คุณซื้อนมสดหรืออาหารเม็ดมาป้อนให้พวกมัน ช่างเป็นภาพที่น่ารักน่าเอ็นดูจริงๆ แถมมันยังชอบทำตัวเป็นดาราหน้ากล้องให้คุณถ่ายรูปคู่กับมันอีก เมื่อชื่นชมความน่ารักของลูกแกะน้อยกันจนพอใจแล้ว ก่อนจากไปก็อย่าลืมแวะชิม เจลลาโต้ไอศครีมไขมันต่ำแบบโฮมเมด แล้วเลือกซื้อสินค้าแฮนด์เมดจากผลิตภัณฑ์ขนแกะต่างๆ ไปฝากคนที่บ้านด้วย ชีพแลนด์ เปิดทุกวัน 11.00 – 20.30 น. (หยุดทุกวันอังคาร) โทร. 08-8071-2012


* 1.jpg (137.72 KB, 733x519 - ดู 8036 ครั้ง.)

* 2.jpg (155.2 KB, 733x519 - ดู 6964 ครั้ง.)

* 3.jpg (116.54 KB, 733x519 - ดู 6525 ครั้ง.)

* 4.jpg (131.36 KB, 733x519 - ดู 6789 ครั้ง.)

* 5.jpg (115.94 KB, 733x519 - ดู 6484 ครั้ง.)

* 6.jpg (135.72 KB, 733x519 - ดู 6518 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า

busbuddy
Administrator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 845


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 24, 2012, 11:31:34 AM »

ออกจากชีพแลนด์มาอีกนิดเดียว ประมาณ กม.ที่ 6 เราก็มาถึง The Smoke House ร้านอาหารยุโรป และอาหารไทยสไตล์ฟิวชั่น ซึ่งเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมากในช่วงนี้ โดยสร้างเป็นปราสาททรงยุโรปโบราณออกมาได้อย่างโดดเด่นสะดุดตาเป็นสง่ากับถนนสายนี้มาก ใครที่ผ่านไปมาต่างก็อดใจไว้ไม่ได้ที่จะต้องแวะถ่ายรูปกันไว้เป็นที่ระลึกไว้แอ๊คอาร์ตกับเพื่อนฝูงประหนึ่งว่าได้ไปเยือนดินแดนยุโรปแห่งใดแห่งหนึ่งมาก็มิปาน อาหารที่นี่รสชาติดี แต่ขอแนะนำว่าควรสั่งมาหลายๆ เมนู แล้วแชร์กันทานจานโน้นคำจานนี้คำ รับรองได้อิ่มกันทั้งวงแน่นอน ราคาอาจจะดูค่อนข้างสูงแต่ก็คุ้มค่า เพราะของเค้าจานใหญ่จัดเต็มสมราคา และถ้ามานั่งทานตั้งแต่ 1 ทุ่ม เป็นต้นไป ท่านก็จะได้ทานข้าวเคล้าเสียงเพลงจากจาก 3 หนุ่มหล่อ บนเวทีแสดงสด ที่สามารถมองผ่านออกไปเห็นทุ่งกว้างและขุนเขาเบื้องหลัง ก็นับได้ว่าเป็นมื้อค่ำที่โรแมนติคไม่เบาเลยทีเดียว มีบริการไวน์รสเลิศและเบอเกอรี่รสละมุม สำหรับผู้ที่ชื่นชอบ เวลาที่เหมาะสำหรับการมาเยือนที่นี่ก็น่าจะประมาณช่วงแดดร่มลมตก จนถึงช่วงหัวค่ำ เพราะเมื่อยามพระอาทิตย์เริ่มอัสดง เราก็จะเริ่มเห็นแสงไฟประดับที่ทางร้านจัดแต่งไว้เพื่อเสริมความสง่างามให้กับเดอะสโมกเฮ้าส์แห่งนี้มากยิ่งขึ้น เรียกได้ว่าเป็นที่ที่สวยทั้งกลางวันและกลางคืนจริงๆ เดอะสโมกเฮ้าส์ เปิดบริการทุกวัน 10.00 – 22.30 น. โทร. 0-4436-5222


* 1.jpg (123.98 KB, 733x519 - ดู 6474 ครั้ง.)

* 2.jpg (191.11 KB, 733x519 - ดู 6435 ครั้ง.)

* 3.jpg (152.3 KB, 733x519 - ดู 6552 ครั้ง.)

* 4.jpg (181.07 KB, 733x519 - ดู 6486 ครั้ง.)

* 5.jpg (139.8 KB, 733x519 - ดู 6441 ครั้ง.)

* 6.jpg (141.09 KB, 733x519 - ดู 6333 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า

busbuddy
Administrator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 845


ดูรายละเอียด
« ตอบ #2 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 24, 2012, 11:33:18 AM »

ผ่านเดอะสโมกเฮ้าส์มาเพียงไม่กี่นาที ช่วง กม.ที่10.6 ฝั่งซ้ายมือ เราจะได้เห็นเห็ดปูนปั้นน้อยใหญ่ สีสันน่ารัก เรียงรายอยู่ในสนามหญ้า เป็นสถานที่เที่ยวเชิงเกษตรแห่งใหม่ที่เปิดมาได้เพียงไม่นาน เขาใหญ่พานอราม่า ฟาร์ม ที่เปิดให้เข้าชมวิธีการเพาะเห็ด และสามารถเลือกเก็บเห็ดมากมายหลายสายพันธุ์ด้วยมือของคุณเอง เสร็จแล้วนำมาชั่ง จ่ายเงิน นำกลับไปปรุงอาหารที่บ้านได้เลย หรือจะเลือกสั่งอาหารเมนูเห็ดนั่งทานกันสักมื้อ ก็อิ่มอร่อยได้สุขภาพดี ซึ่งมีให้เลือกอยู่หลายเมนู อาทิ ลาบเห็ด ยำเห็ดสามอย่าง เห็ดทอด เห็ดย่าง ทำได้หมด แถมเห็ดสดๆ ที่เพิ่งเก็บไปจะได้รสชาติหวานอร่อยดีด้วย นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์เห็ดแปรรูปให้เลือกซื้อกลับบ้านทั้งของสดของแห้งหลายรายการ เช่น ไส้อั่วเห็ด แหนมเห็ดโคนญี่ปุ่น น้ำพริกเผา น้ำพริกตาแดง เห็ดสวรรค์ ทองม้วน ทองพับ น้ำเห็ด 5 อย่างเพื่อสุขภาพ สมุนไพรเห็ดอัดแคปซูล ฯลฯ  เป็นที่ถูกอกถูกใจในกลุ่มคนรักสุขภาพอย่างมาก เขาใหญ่ พานอราม่า ฟาร์มเห็ด เปิดทุกวัน 8.00 – 17.00 น. หยุดทุกวันอังคาร โทร. 0-4475-6234


* 1.jpg (130.28 KB, 733x519 - ดู 6465 ครั้ง.)

* 2.jpg (184.03 KB, 733x519 - ดู 6361 ครั้ง.)

* 3.jpg (111.92 KB, 733x519 - ดู 6255 ครั้ง.)

* 4.jpg (181.5 KB, 733x519 - ดู 6295 ครั้ง.)

* 5.jpg (133.29 KB, 733x519 - ดู 6229 ครั้ง.)

* 6.jpg (126 KB, 733x519 - ดู 6195 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า

busbuddy
Administrator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 845


ดูรายละเอียด
« ตอบ #3 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 24, 2012, 11:35:28 AM »

จากเขาใหญ่สปีดคาร์ทมาถึง กม.13 เราลองหันมามองฝั่งขวามือกันบ้าง ก็จะเห็น Cottages @ Hill Resort รีสอร์ทสีสันสวยหวานน่ารักราวกับหมู่บ้านเทพนิยายในการ์ตูนฝรั่ง สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการพักกับรีสอร์ทใหม่แกะกล่องแล้วไม่ผิดหวัง ลองเข้าเลือกชมดู มีบ้านขนาด S M L XL ให้เลือกตามความเหมาะสมกับหมู่คณะ หรือจะเพียงเข้ามาแวะนั่งพักดื่มกาแฟทอดอารมณ์ก่อนขึ้นชมเขาใหญ่ หรือจะจัดหนักกับสเต๊ก ต่อด้วยไอศครีม อิ่มแล้วเกิดจะง่วงกับเข้านวดแผนไทยได้อีก ที่นี่เค้ามีพร้อม สอบถามรายละเอียดโทร. 08-1120-6008


* 1.jpg (150.33 KB, 733x519 - ดู 6193 ครั้ง.)

* 2.jpg (171.1 KB, 733x519 - ดู 6149 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า

busbuddy
Administrator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 845


ดูรายละเอียด
« ตอบ #4 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 24, 2012, 11:36:40 AM »

ก่อนถึงอุทยานฯ เขาใหญ่ ที่ กม.17 ฝั่งซ้าย จะเห็นอาคารสไตล์อิตาเลี่ยนโบราณสีน้ำตาลอมส้มเรียงราย เป็นที่รู้จักกันในนาม Palio Khao Yai สถานที่ท่องเที่ยวและแหล่งช้อปปิ้งของเขาใหญ่ ในคอนเซ็ปต์ถนนคนเดิน กับสินค้าอันหลากหลายที่มีมากมายกว่า 120 ร้านค้า รวมทั้งอาหาร เครื่องดื่ม สปา เสริมสวย ตลอดจนที่พักในแบบบูติคโฮเทลที่นับว่าอยู่ใกล้สะดวกสบายต่อการขึ้นเที่ยวชมอุทยานฯ เขาใหญ่มากที่สุดแห่งหนึ่งด้วย ที่นี่นอกจากคุณจะสนุกกับการช็อปปิ้งสินค้าต่างๆ แล้ว ยังมีมุมสวยๆ มากมายให้ถ่ายภาพเล่นเป็นที่ระลึก เสมือนหนึ่งว่าคุณไปเยือนเมืองอิตาลีมาอวดเพื่อนฝูงให้ดูกันอย่างตื่นตาตื่นใจเลยทีเดียว ปาลิโอ เขาใหญ่ เปิดทุกวัน  8.00 – 20.00 น. โทร. 0-4436-5899


* 1.jpg (128.29 KB, 733x519 - ดู 6091 ครั้ง.)

* 2.jpg (144.58 KB, 733x519 - ดู 6090 ครั้ง.)

* 3.jpg (133.56 KB, 733x519 - ดู 6301 ครั้ง.)

* 4.jpg (129.31 KB, 733x519 - ดู 6278 ครั้ง.)

* 5.jpg (177.22 KB, 733x519 - ดู 6216 ครั้ง.)

* 6.jpg (165.1 KB, 733x519 - ดู 6187 ครั้ง.)

* 7.jpg (139.06 KB, 733x519 - ดู 6146 ครั้ง.)

* 8.jpg (174.26 KB, 733x519 - ดู 6193 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า

busbuddy
Administrator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 845


ดูรายละเอียด
« ตอบ #5 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 24, 2012, 11:49:09 AM »

เสร็จสรรพจากการโพสต์ท่าสวยกันแล้วก็มาสัมผัสธรรมชาติและอากาศบริสุทธิ์อย่างแท้จริงที่ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ก่อนจะผ่านด่านของอุทยานฯ เข้าไป สิ่งแรกที่ควรจะทำก็คือการแวะกราบนมัสการ เจ้าพ่อเขาใหญ่ กันเสียก่อน เพื่อเป็นสิริมงคลในการมาเยือนถิ่นนี้  สำหรับเจ้าพ่อเขาใหญ่นั้น ท่านมีตัวตนจริง เคยเป็นบุคคลที่มีชีวิตอยู่ในโลกนี้มาก่อน เดิมท่านชื่อ นายจ่าง นิสัยสัตย์ รับราชการเป็นปลัดกองทัพไทย เมื่อเสร็จศึกสงครามท่านมักจะออกเยี่ยมเยือนลูกน้องเก่าของท่าน เมื่อท่านทราบว่าลูกน้องเก่าของท่านไปตั้งตัวเป็นโจรบนเขาใหญ่และถางป่าบนเขาใหญ่จนเตียนโล่ง ก็เสียใจมาก ท่านจึงขอร้องให้ลูกน้องท่านเลิกและอพยพมาอยู่ข้างล่าง แต่ก็มีกลุ่มโจรกลุ่มหนึ่งไม่ยอมเชื่อ เมื่อตกลงกันไม่ได้ จึงเกิดการต่อสู้กันขึ้น ปรากฏว่าหัวหน้าโจรกลุ่มนั้นถูกยิงเสียชีวิต ท่านจึงเป็นบุคคลที่ชาวบ้านให้ความเคารพนับถือเป็นอย่างมาก  นอกจากนั้นท่านมีจิตใจโอบอ้อมให้ความช่วยเหลือชาวบ้านทุกๆ ด้าน ต่อมาท่านได้จบชีวิตลงด้วยไข่ป่า ด้วยวัย 75 ปี ชาวบ้านจึงพร้อมใจกันตั้งศาลเพียงตาไว้ที่ในบริเวณวัดหนองเคียม จังหวัดนครนายก เรียกว่า "ศาลเจ้าพ่อปลัดจ่าง" ต่อมาหลังจากที่รัฐบาล ฯพณฯ จอมพลสฤษดิ์  ธนะรัชต์ ได้จัดตั้งให้ป่าเขาใหญ่ เป็นอุทยานแห่งชาติ ได้เกิดนิมิตรถึงเจ้าผู้คุ้มครองสรรพสัตว์และผืนป่า จึงได้มีการจัดตั้งศาลเจ้าพ่อขึ้นที่บริเวณกิโลเมตรที่ 23 ถนนธนะรัชต์ และได้อัญเชิญดวงวิญญาณของท่านมาสถิตย์ไว้ แล้วขนานนามว่า "ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่” นักท่องเที่ยวที่แวะกราบไหว้อธิษฐานขอโชคลาภ และให้การเดินทางเป็นไปอย่างปลอดภัย ท่านก็มักจะเมตตาให้สมความปรารถนาอยู่เสมอ
           เมื่อนมัสการเจ้าพ่อเขาใหญ่ และผ่านด่านเข้ามาแล้ว เราควรแวะไปที่สำนักงานของอุทยานเสียก่อน เพื่อดูว่ามีแผนกใดบ้างที่เราต้องการติดต่อสอบถามข้อมูลที่น่าสนใจว่าเราจะทำกิจกรรมใดบ้างที่นี่ หรือศึกษาเส้นทางไปสู่จุดเที่ยวชมต่างๆ เช่น หน่วยกู้ภัย ศูนย์ปฎิบัติการบิน ฝ่ายวิชาการ ( พืชพรรณสัตว์ป่าและอากาศ ) ฝ่ายนันทนาการและบ้านพัก ร้านจำหน่ายของที่ระลึก หน่วยงานบริการพาส่องสัตว์ สำนักงานจองที่พักกางเต๊นท์ ฯลฯ
            สำหรับเราเลือกที่จะแวะชม น้ำตกเหวสุวัต โดยขับผ่านศูนย์บริการนักท่องเที่ยวมาประมาณ 200 เมตร ก็จะพบกับ อ่างเก็บน้ำสายศร ซึ่งเป็นแหล่งเก็บน้ำ เพื่อใช้ภายในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ สำหรับทั้งบ้านพักเจ้าหน้าที่และบ้านพักนักท่องเที่ยว และยังเป็นแหล่งน้ำสำหรับสัตว์ป่าด้วย บริเวณสันอ่างเก็บน้ำจะมีทางเดิน ไปออกที่หอดูสัตว์หนองผักชีได้ โดยต้องติดต่อเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่ามานำทาง เพราะทางอุทยานฯ ไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวเดินเอง เนื่องจากสภาพพื้นที่ป่าเป็นป่าทึบมีโอกาสหลงทางได้ง่าย อ่างเก็บน้ำสายศร ยังเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่ดีจุดหนึ่งในอุทยานฯ เพราะพระอาทิตย์จะตกหลังแนวเขาพอดี ซึ่งเป็นภาพที่น่าประทับใจมาก ในระหว่างทางที่เราขับรถไปเที่ยวยังน้ำตกเหวสุวัต ก็อาจจะเห็นกวาง ช้าง หรือ ลิง ลงมากินน้ำหรือหาอาหารบ้าง แต่ต้องใช้ความระมัดระวังในการขับรถพอสมควรเพราะทางค่อนข้างลดเลี้ยวและชันบ้างในบางช่วง โดยจุดหมายปลายทางของเราในครั้งนี้คือ น้ำตกเหวสุวัต เป็นน้ำตกแห่งหนึ่งที่สวยงามของอุทยานฯ เขาใหญ่ โดยเกิดจากห้วยลำตะคองไหลตกผ่านหน้าผาสูงราว 25 เมตร และมีแอ่งน้ำทางด้านล่าง ทางอุทยานฯ ห้ามลงเล่นน้ำ เนื่องจากกลัวอันตรายจากน้ำป่าไหลหลากเฉียบพลัน หากมาในฤดูน้ำน้อย จะสามารถเดินลัดเลาะเพื่อเข้าไปยังโพรงถ้ำเล็กๆ ใต้หน้าผาน้ำตกได้ สำหรับห้วยลำตะคองนี้ หลังจากผ่านน้ำตกเหวสุวัตแล้ว ยังมีน้ำตกเหวไทรและน้ำตกเหวประทุนที่อยู่ลึกเข้าไปอีก แต่จะต้องเดินผ่านป่าลึกฝ่าดงทากเข้าไป ควรมีเจ้าหน้าที่นำทางไปด้วยเนื่องจากในป่าลึกนั้นเส้นทางไม่ชัดเจน อาจพลัดหลงได้ง่าย
            สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการใกล้ชิดธรรมชาติมากยิ่งขึ้น ก็สามารติดต่อของกางเต้นท์ได้ที่ จุดกางเต๊นท์น้ำตกผากล้วยไม้ มีห้องน้ำ ลานจอดรถ และลานกางเต้นท์ ที่สะดวกสบาย และจากจุดนี้หากเดินเท้าลัดเลาะไปตามห้วยลำตะคอง ผ่านป่าดงดิบตลอดทาง ประมาณ 1.2 กิโลเมตร ก็จะถึงน้ำตก ซึ่งมีลักษณะเป็นผาไม่สูงนัก น้ำตกแห่งนี้มีกล้วยไม้หลายชนิดเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะกล้วยไม้หวายแดง ซึ่งจะออกดอกช่วงเดือนเมษายน หากเดินเลาะไปตามโขดหินอีกประมาณ 100 เมตร ก็จะพบน้ำตกชั้นใน ซึ่งมีความสวยงามไม่แพ้กัน และหากเดินเลาะมาตามห้วยลำตะคองเรื่อยๆ ก็จะมาทะลุถึงน้ำตกเหวสุวัตได้ สำหรับสถานที่กางเต็นท์นั้น มีลานกางเต็นท์ตามจุดต่างๆ และมีเต็นท์ให้เช่า การสำรองที่พักเต็นท์สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้กับอุทยานฯ โดยตรง นอกจากที่กางเต๊นท์แล้ว ทางอุทยานฯ ยังมีบริการ ที่พัก มีบ้านพักเดี่ยว บ้านพักเรือนแถว ให้บริการแก่นักท่องเที่ยว จำนวน 4 โซน ได้แก่ โซนศูนย์บริการนักท่องเที่ยว โซนบนเขา-จุดชมวิว โซนค่ายสุรัสวดี และโซนบ้านธนะรัชต์ ในการมาพักแรมที่อุทยานฯ นี้ นักท่องเที่ยวไม่จำเป็นต้องเตรียมอาหารมาเอง เพราะมีร้านอาหารให้บริการ ตั้งแต่เวลา 07.00 - 18.00 น. ในวันจันทร์ - ศุกร์ และเวลา 07.00 - 21.00 น. ในวันเสาร์ - อาทิตย์ ถึง 5 แห่งด้วยกัน คือ บริเวณศูนย์บริการนักท่องเที่ยว, บริเวณจุดกางเต็นท์ผากล้วยไม้, บริเวณจุดกางเต็นท์ลำตะคลอง, บริเวณน้ำตกเหวสุวัต, บริเวณน้ำตกเหวนรก พร้อมสุขาสาธารณะบริการตามจุดบริการนักท่องเที่ยว และบริเวณลานกางเต็นท์
           นอกจากนี้อุทยานฯ เขาใหญ่ ยังมีจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกมากมาย เช่น เขาร่ม เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เขาแหลม เขาเขียว เขาสามยอด เขาฟ้าผ่า เขากำแพง เขาสมอปูน เขาแก้ว น้ำตกเหวนรก จุดชมวิวผาเดียวดาย จุดชมวิวผาตรอมใจ หอดูสัตว์หนองผักชี หอดูสัตว์คลองปลากั้ง จุดชมวิว กม.30


* 1.jpg (184.48 KB, 733x519 - ดู 6217 ครั้ง.)

* 2.jpg (100.59 KB, 733x519 - ดู 6072 ครั้ง.)

* 3.jpg (119.67 KB, 733x519 - ดู 6140 ครั้ง.)

* 4.jpg (122.95 KB, 733x519 - ดู 6203 ครั้ง.)

* 5.jpg (171.67 KB, 733x519 - ดู 6118 ครั้ง.)

* 6.jpg (107.45 KB, 733x519 - ดู 5894 ครั้ง.)

* 7.jpg (182.54 KB, 733x519 - ดู 5911 ครั้ง.)

* 8.jpg (161.07 KB, 733x519 - ดู 5856 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า

busbuddy
Administrator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 845


ดูรายละเอียด
« ตอบ #6 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 24, 2012, 11:50:20 AM »

เมื่อชื่มชมธรรมชาติบนอุทยานฯ กันเต็มอิ่ม ก็ถึงเวลากลับ โดยเมื่อออกจากอุทยานฯ เข้าสู่เส้นทางถนนธนะรัตช์ ถึงจุดตัดกับถนนผ่านศึก- กุดคล้า ประมาณ กม.ที่ 23 ให้เลี้ยวซ้ายแล้วมุ่งหน้าไปประมาณ 10 กว่ากิโลฯ เพื่อเยี่ยมชม ไร่องุ่นไวน์กราน-มอนเต้ ตั้งอยู่ในหุบเขาอโศก ใกล้อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ โอบล้อมไปสีเขียวสดเรียงเป็นแนวของต้นองุ่นไวน์อันเลื่องชื่อหลากหลายสายพันธุ์ สามารถหาซื้อหาผลองุ่นสด และผลิตภัณฑ์จากองุ่นเป็นของฝาก ได้ที่ “ร้านมอนติโน” ที่ตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าทางเข้าไร่แห่งนี้หรือหากอยาก หรือจะลิ้มลองอาหารสเลิศสไตล์ตะวันตกที่ “ร้านวิคคอตโต้” ก็ได้ ไร่กราน-มอนเต้ เปิดทุกวัน 11.00 – 21.00 น. โทร. 0-3622-7334-5


* 1.jpg (102.75 KB, 733x519 - ดู 5886 ครั้ง.)

* 2.jpg (121.09 KB, 733x519 - ดู 5853 ครั้ง.)

* 3.jpg (177.81 KB, 733x519 - ดู 6029 ครั้ง.)

* 4.jpg (136.31 KB, 733x519 - ดู 6083 ครั้ง.)

* 5.jpg (133.96 KB, 733x519 - ดู 5970 ครั้ง.)

* 6.jpg (165.48 KB, 733x519 - ดู 5744 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า

busbuddy
Administrator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 845


ดูรายละเอียด
« ตอบ #7 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 24, 2012, 11:51:29 AM »

ช่วงเวลาแห่งความสุขยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เมื่อท่านมุ่งหน้าเดินทางกลับกรุงเทพฯ โดยใช้เส้นทางถนนมิตรภาพ ประมาณ กม. ที่ 155 – 156 ก็จะได้พบกับ ไร่ข้าวโพดสุวรรณ อันสวยงาม โดยการันตีได้ว่า เป็นฉากประกอบในละครทีวีมาแล้วหลายเรื่อง ไร่นี้อยู่ภายใต้การดูแลของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ด้วยบรรยากาศเย็นสบาย พร้อมวิวทิวทัศน์ของทุ่งข้าวโพด ดอกผักเสี้ยนสีชมพู ดอกดาวกระจายหลายหลากสี กลางหุบเขา บนเนื้อที่กว่า 400 ไร่ มีข้าวโพดหวาน ทั้งแบบต้มและแบบดิบ รวมทั้งน้ำนมข้าวโพดและสินค้าการเกษตรจำหน่าย สามารถหาซื้อของขวัญของฝากเพื่อนฝูง ญาติสนิท มิตรสหายกันได้ที่นี่ เปิดบริการทุกวัน เวลา 8.00 – 20.00 น. โทร. 0-4436-1770-4


   การเดินทางท่องเที่ยวที่ดี คือ การเก็บเกี่ยวประสบการณ์ต่างๆ ที่เราได้พบเจอระหว่างทาง ไม่ว่าจะเป็นผู้คน สถานที่ สิ่งของ บรรยากาศ ฯลฯ เพราะทุกอย่างคือประสบการณ์แห่งความสุขที่คุณได้รับและสัมผัสได้เพียงคนเดียวเท่านั้น กับ “ความเป็นส่วนตัวในโลกของส่วนรวม” สนุกและมีความสุขกับชีวิตในทุกย่างก้าวที่คุณออกเดินทางนะคะ...มิตรรักนักเดินทาง


* 1.jpg (145.79 KB, 733x519 - ดู 5973 ครั้ง.)

* 2.jpg (166.17 KB, 733x519 - ดู 5835 ครั้ง.)

* 3.jpg (135.45 KB, 733x519 - ดู 5712 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า

busbuddy
Administrator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 845


ดูรายละเอียด
« ตอบ #8 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 24, 2012, 11:52:01 AM »

TIPS การเดินทาง
รถยนต์ส่วนตัว
•   เส้นทางที่ 1 คือ จากกรุงเทพฯ มุ่งหน้าไปทางสระบุรี บนทางหลวงหมายเลข 1 เลี้ยวขวาตรงทางแยกเข้าอำเภอเมือง 1 โดยใช้ทางหลวงหมายเลข 2 ถนนมิตรภาพ กิโลเมตรที่ 56 เลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนธนะรัชต์
•   เส้นทางที่ 2 คือ จากกรุงเทพฯ - แยกหินกอง แล้วไปตามทางหลวงหมายเลข 33 (นครนายก-ปราจีนบุรี) ถึงสี่แยกเนินหอมใช้ทางหลวง 3077 ไปถึงเขาใหญ่

รถโดยสารประจำทาง
มีรถออกจากสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (จตุจักรฯ) ทุกวัน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Center โทร.1490 เรียก บขส.
บันทึกการเข้า

หน้า: 1   ขึ้นบน
พิมพ์
กระโดดไป: