หน้า: 1   ลงล่าง
ผู้เขียน หัวข้อ: รับลมหนาวให้เย็นใจ ไปแอ่ว...แม่ฮ่องสอน  (อ่าน 8887 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
busbuddy
Administrator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 845


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: ธันวาคม 02, 2011, 12:28:04 PM »

ตอนนี้ประเทศไทยเรามีเหตุการณ์วิกฤตน้ำท่วมครั้งยิ่งใหญ่เกิดขึ้น หรือเรียกกันว่า “มหาอุทกภัย” นั่นเอง การที่ประเทศไทย บ้านของเราเกิดน้ำท่วมขึ้นหลายจังหวัดนั้น ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องน่าเศร้าใจ ที่ไหนโดนน้ำท่วมหากไม่อพยพก็ต้องพยายามปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ให้ได้ การเดินทางออกมาทำงาน หรือหาของกินของใช้ก็ค่อนข้างลำบาก ทั้งขึ้นรถต่อเรือ ใช้เวลาเดินทางนานขึ้น แต่ถ้าใครเลือกที่จะอพยพ “เงิน” ถือเป็นปัจจัยหลักในการดำรงชีพ หากโชคดีหน่อยอาจมีบ้านญาติที่ไม่โดนน้ำท่วมเอื้อเฟื้อให้เป็นที่พักพิงชั่วคราวก็พอจะประหยัดค่าใช้จ่ายได้บ้าง ทุกอย่างล้วนแล้วแต่เป็นปัญหาที่ต้องหาทางแก้กันต่อไป แต่ถึงอย่างไรชีวิตยังคงต้องดำเนินต่อไป เราชาวคู่หูเดินทางของเป็นกำลังใจให้กับผู้ประสบภัยทุกคน...ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือเราด้วยเช่นกัน
   ถึงฝนจะตก ถึงฟ้าจะร้อง อากาศจะร้อน น้ำจะท่วม เราก็ไม่หวั่นที่จะหาเรื่องราวที่เที่ยวดีๆ มานำเสนอท่านผู้อ่านเหมือนเช่นเคย วันนี้เราจะพาไปแอ่วเมืองเหนือกันที่เมืองสามหมอก แม่ฮ่องสอน เพราะที่นี่อากาศหนาวเริ่มมาเยือนแล้ว... ปีใหม่นี้หากใครยังไม่มีแพลนว่าจะไปไหน แม่ฮ่องสอนก็น่าจะเป็นอีกหนึ่งโปรแกรมที่จะไม่ทำให้คุณผิดหวังแน่นอน!
จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นจังหวัดในภาคเหนือของประเทศไทย มีความโดดเด่นหลายลักษณะ โดยเฉพาะสภาพภูมิประเทศ ความหลากหลายด้านวัฒนธรรม และความหลากหลายของประชากรจากหลายกลุ่มชาติพันธุ์ นับเป็นจังหวัดที่สถิติน่าสนใจหลายอย่าง เช่น มีประชากรเบาบางที่สุดในประเทศและมีประชากรน้อยมากเป็นอันดับ 5 ในขณะที่มีพื้นที่มากเป็นอันดับ 8 ของประเทศ
แม่ฮ่องสอนได้ชื่อว่าเป็น เมืองสามหมอก เนื่องจากมีสภาพภูมิประเทศเต็มไปด้วยภูเขาสูงสลับซับซ้อน สภาพอากาศมีหมอกปกคลุมตลอดเวลาส่วนใหญ่ของปี นอกจากนี้แม่ฮ่องสอนยังนับเป็นพื้นที่ปลายสุดด้านตะวันตกของประเทศ คือที่เส้นแวง 97.5 องศาตะวันออกในเขตอำเภอแม่สะเรียง (ตะวันออกสุดของประเทศ อยู่ที่อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี ที่ 105.5 องศาตะวันออก)
ประชากรในจังหวัดแม่ฮ่องสอนมีความหลากหลาย ทั้งคนเมือง ชาวไต (ไทใหญ่) จีนฮ่อ พม่าและชาวเขาเผ่าต่าง ๆ ราวร้อยละ 60 ของประชากรทั้งหมด ได้แก่ ม้ง (แม้ว) ลีซู (ลีซอ) ล่าหู่ (มูเซอ) ลัวะ และปกฺกะญอ (กะเหรี่ยง) เป็นต้น โดยต่างรักษาวัฒนธรรมของตนเอาไว้ได้เป็นอย่างดี ขณะเดียวกันก็อยู่ร่วมกับเพื่อนบ้านที่มีวัฒนธรรมต่างกันได้โดยไม่เคยปรากฏความแตกต่างระหว่างภาษาและวัฒนธรรมแต่อย่างใด
บันทึกการเข้า

busbuddy
Administrator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 845


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1 เมื่อ: ธันวาคม 02, 2011, 12:32:19 PM »

เริ่มต้นเที่ยวจากในตัวเมืองกันก่อน เราขอพาท่านไปกราบสักการะ อนุสาวรีย์พญาสิงหนาทราชา  อยู่ต้นถนนขุนลุมประพาส เดิมชื่อ ชานกะเล เป็นชาวไทยใหญ่ ได้รวบรวมผู้คนตั้งหมู่บ้านชื่อว่า "บ้านขุนยวม" ต่อมาได้ยกขึ้นเป็นเมือง จวบจนปี พ.ศ. 2417 จึงได้เปลี่ยนชื่อเมืองเป็นเมืองแม่ฮ่องสอน และพระเจ้าอินทวิชยานนท์เจ้าครองนครเชียงใหม่ ได้ยกบรรดาศักดิ์ชานกะเล เป็นพญาสิงหนาทราชา และได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าเมืองแม่ฮ่องสอนคนแรก เมื่อกราบสักการะเสร็จเรียบร้อยร้อยแล้วให้มุ่งหน้าตรงขึ้นไปอีกประมาณ 1.5 กิโลเมตรก็จะพบกับ วัดพระธาตุดอยกองมู ตั้งอยู่บนดอยกองมู ทางทิศตะวันตกของตัวเมืองแม่ฮ่องสอน เดิมมีชื่อเรียกว่า วัดปลายดอย เป็นปูชนียสถานคู่บ้านคู่เมืองที่สำคัญ ประกอบด้วยพระธาตุเจดีย์ที่สวยงาม 2 องค์ พระเจดีย์องค์ใหญ่สร้างโดย จองต่องสู่ เมื่อ พ.ศ. 2403 เป็นที่บรรจุพระธาตุของพระโมคคัลลานะเถระ ซึ่งนำมาจากประเทศพม่า ส่วนพระธาตุเจดีย์องค์เล็กสร้างเมื่อ พ.ศ. 2417 โดย พญาสิงหนาทราชา เจ้าเมืองแม่ฮ่องสอนคนแรก จากวัดพระธาตุดอยกองมูนี้สามารถมองเห็นภูมิประเทศและสภาพตัวเมืองแม่ฮ่องสอนได้อย่างชัดเจนและสวยงามมาก สามารถมาเที่ยวชมพบความสวยงามที่แตกต่างของที่นี่ได้ทั้งตอนกลางวันและกลางคืน


* 1.jpg (161.81 KB, 700x450 - ดู 2202 ครั้ง.)

* 2.jpg (148.19 KB, 700x450 - ดู 1881 ครั้ง.)

* 1.jpg (96.1 KB, 700x450 - ดู 2227 ครั้ง.)

* 5.jpg (176.38 KB, 700x450 - ดู 1946 ครั้ง.)

* 6.jpg (151.15 KB, 700x450 - ดู 1881 ครั้ง.)

* 7.jpg (126.84 KB, 700x450 - ดู 1903 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า

busbuddy
Administrator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 845


ดูรายละเอียด
« ตอบ #2 เมื่อ: ธันวาคม 02, 2011, 12:34:12 PM »

อีกวัดหนึ่งที่มีความสวยงามและเลื่องชื่อเช่นกัน คือ วัดจองกลาง และ วัดจองคำ เป็นวัดที่มีพื้นที่ติดกัน อยู่ติดกับหนองจองคำซึ่งเป็นหนองน้ำสาธารณะกลางเมืองแม่ฮ่องสอน โดยส่วนใหญ่จะมีการจัดงานประเพณี วัฒนธรรมต่างๆ บริเวณหนองน้ำจองคำแห่งนี้ อาทิ งานลอยกระทง งานสงกรานต์ เป็นต้น เมื่อมาถึงยังหนองน้ำแล้วให้หันหน้าเข้าวัด วัดที่อยู่ด้านซ้ายมือจะเป็นวัดจองคำ  ส่วนขวามือจะเป็นวัดจองกลาง   สองวัดนี้สร้างด้วยศิลปะแบบไทยใหญ่ที่มีความงดงามมากทั้งคู่   โดยเฉพาะศิลปะการสร้างอาคารแบบหลังคาซ้อนชั้นที่เรียกว่า “จอง”  นอกจากนี้ภายในวัดยังมีเจดีย์ทรงเครื่องแบบมอญที่สวยงาม โดยวัดจองคำถือว่าเป็นวัดแห่งแรกของเมืองแม่ฮ่องสอน ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2340 เมื่อมาถึงวัดจองคำแล้วอย่าลืมไปกราบสักการะหลวงพ่อโตองค์ใหญ่เพื่อเป็นสิริมงคล เมื่อเดินถัดมายังบริเวณวัดจองกลาง ซึ่งจะมีจุดเด่น คือ เจดีย์ประธานทรงมอญ ที่ประดับสวยงามตามรูปแบบของไทยใหญ่ บนจองจะประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์จำลองปิดทองเหลืองอร่ามทั้งองค์  บริเวณด้านข้างจะเป็นพิพิธภัณฑ์ ซึ่งด้านในจัดแสดงของเก่าที่หาชมยาก  มีตุ๊กตาไม้แกะสลักเป็นรูปคนและสัตว์ บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับพระเวชสันดรชาดก โดยช่างฝีมือชาวพม่า เปิดให้ชมทุกวัน เวลา 08.00-18.00 น.


* 1.jpg (172.63 KB, 700x450 - ดู 1871 ครั้ง.)

* 2.jpg (148.91 KB, 700x450 - ดู 1851 ครั้ง.)

* 3.jpg (143.48 KB, 700x450 - ดู 1873 ครั้ง.)

* 4.jpg (133.41 KB, 700x450 - ดู 2168 ครั้ง.)

* 5.jpg (137.47 KB, 700x450 - ดู 1855 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า

busbuddy
Administrator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 845


ดูรายละเอียด
« ตอบ #3 เมื่อ: ธันวาคม 02, 2011, 12:35:55 PM »

บริเวณถนนด้านหน้าของวัดจะจัดเป็น ถนนคนเดิน ในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว เปิดทุกวัน ประมาณ 5 โมงเย็นถึงสี่ทุ่ม แล้วแต่จำนวนความหนาแน่นของนักท่องเที่ยว จะมีสินค้ามาวางขายมากมาย  ทั้งของกินและของใช้ เพิ่มสีสันให้เมืองดูคึกคักยิ่งขึ้น

และถ้าหากใครมาเที่ยวในช่วงเดือนพฤศจิกายน-เดือนธันวาคม ก็อาจจะได้โบนัสกลับไปคือ การชมทุ่งดอกบัวตอง ที่บานสะพรั่งเหลืองอร่ามปกคลุมทั่วทั้งภูเขากว่า 1,000 ไร่ อยู่ห่างจากอำเภอแม่เสรียงประมาณ 16 กิโลเมตร ริมทางหลวงหมายเลข 108 บริเวณกิโลเมตรที่ 84 ตำบลแม่เหาะ ซึ่งเป็นที่ตั้งของศูนย์พัฒนาและสงเคราะห์ชาวเขา  พร้อมทั้งยังมีบริการให้เช่าเต็นท์ค้างแรมบนดอยได้ด้วย ผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ บริเวณหน่วยทำการบนทุ่งบัวตอง หรือที่อำเภอขุนยวม โทร. 0-5369-1108  


* 1.jpg (114.51 KB, 700x450 - ดู 1856 ครั้ง.)

* 2.jpg (187.97 KB, 700x450 - ดู 1840 ครั้ง.)

* 3.jpg (185.28 KB, 700x450 - ดู 2128 ครั้ง.)

* 4.jpg (116.81 KB, 700x450 - ดู 1822 ครั้ง.)

* 5.jpg (131.19 KB, 700x450 - ดู 1805 ครั้ง.)

* 6.jpg (167.01 KB, 700x450 - ดู 1844 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า

busbuddy
Administrator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 845


ดูรายละเอียด
« ตอบ #4 เมื่อ: ธันวาคม 02, 2011, 12:40:06 PM »

อีกจุดหนึ่งที่ห้ามพลาด คือ การมาเที่ยวชมหมู่บ้านกระเหรี่ยงคอยาวห้วยเสือเฒ่า อยู่ไม่ไกลจากตัวเมือง การเดินทางสะดวก ถนนคอนกรีตอย่างดี มีฝายน้ำล้นเป็นช่วงๆ การเดินทางมาเที่ยวที่นี่อย่างคาดหวังว่าเราจะได้เห็นวิถีชีวิตแบบเดิมๆ ของพวกเขา เพราะความเจริญได้เข้ามาทำให้วัฒนธรรมบางอย่างของที่นี่อาจจะหายไปบ้าง การแต่งกายของคนยุคใหม่เริ่มดูเป็นเมืองมากขึ้น แต่บางคนก็ยังคงอนุรักษ์ไว้ แต่ก็ยังคงเสน่ห์เชิญชวนให้นักท่องเที่ยวได้มาแวะเวียนกันอย่างไม่ขาดสาย ผู้คนดูอัธยาศัยใจคอดี ยิ้มแย้มแจ่มใส พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ การมาเที่ยวที่นี่นอกจากจะถ่ายรูปกับชนเผ่าเป็นที่ระลึกแล้ว เค้ายังมีชุดให้เราเช่าถ่ายแต่งตัวเหมือนกับชนเผ่าอีกด้วย โดยมีร้านขายของที่ระลึก เช่น เสื้อยืด พวงกุญแจ โปสการ์ด และ ตุ๊กตาไม้รูปสาวกระเหรี่ยงคอยาว อยู่ตลอดทางเดิน เสียค่าผ่านทางคนละ 20 บาท


* 1.jpg (131.26 KB, 700x450 - ดู 2109 ครั้ง.)

* 2.jpg (136.97 KB, 700x450 - ดู 1783 ครั้ง.)

* 3.jpg (148.36 KB, 700x450 - ดู 1757 ครั้ง.)

* 4.jpg (155.64 KB, 700x450 - ดู 1805 ครั้ง.)

* 5.jpg (133.84 KB, 700x450 - ดู 1865 ครั้ง.)

* 6.jpg (157.2 KB, 700x450 - ดู 1828 ครั้ง.)

* 7.jpg (133.22 KB, 700x450 - ดู 1781 ครั้ง.)

* 8.jpg (116.59 KB, 700x450 - ดู 1755 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า

busbuddy
Administrator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 845


ดูรายละเอียด
« ตอบ #5 เมื่อ: ธันวาคม 02, 2011, 12:41:45 PM »

ห่างจากจุดนี้ไปอีกไม่ไกล ก็จะได้พบกับ “ภูโคลน คันทรี่คลับ” เป็นสถานที่ทำหน้าใสพอกหน้าสวยด้วยโคลนธรรมชาติ ซึ่งที่นี่เป็นแหล่งโคลนสุขภาพที่ดีที่สุดในประเทศไทย ซึ่งในโลกมีเพียง 3 แห่งเท่านั้น คือ ที่ทะเลสาป DEAD SEA ในประเทศอิสราเอลและจอร์แดน ซึ่งเป็นโคลนจากทะเลน้ำเค็ม และอีกที่คือ โคลนจากลาวาภูเขาไฟ ในประเทศโรมาเนีย ส่วนโคลนของที่นี่ถือเป็นอันดับ 3 ของโลก  เป็นโคลนเดือนบริสุทธิ์สีดำที่ขึ้นมาพร้อมกับสายน้ำแร่ธรรมชาติใต้ดินที่สะอาด มีอุณหภูมิอยู่ที่ 60 – 140 องศาเซลเซียส ไม่มีกลิ่นของกำมะถัน อุดมด้วยแร่ธาตุถึง 6 ชนิดที่เป็นประโยชน์ต่อผิวหนังและระบบไหลเวียนของร่างกาย ค่าบริการพอกหน้าอยู่ที่ 60 บาทต่อท่านใช้เวลาประมาณ 15 นาที หากท่านใดมีเวลาเหลือเฟือแล้วอยากจะลองพอกโคลนทั้งตัวเพื่อพลัดเซลล์ผิวเก่าก็ทำได้ สนนราคาท่านละ 700 บาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร. 0-5361-2265 หรือที่ www.pooklon.com


* 1.jpg (97.72 KB, 700x450 - ดู 2060 ครั้ง.)

* 2.jpg (175.57 KB, 700x450 - ดู 1830 ครั้ง.)

* 3.jpg (173.89 KB, 700x450 - ดู 1806 ครั้ง.)

* 4.jpg (177.5 KB, 700x450 - ดู 1801 ครั้ง.)

* 5.jpg (142.99 KB, 700x450 - ดู 1788 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า

busbuddy
Administrator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 845


ดูรายละเอียด
« ตอบ #6 เมื่อ: ธันวาคม 02, 2011, 12:48:02 PM »

เสร็จสรรพจากที่นี่แล้วแวะไปนอนรับไอหนาวเย็นๆ กับทะเลสาบอันสุดแสนโรแมนติกและสวยที่สุดในประเทศไทย (ตามความเห็นของเรา) กันที่ “ปางอุ๋ง” หรือที่มีชื่อเรียกเต็มๆ ว่า “โครงการพระราชดำริปางตอง 2 (ปางอุ๋ง)” เป็นที่ที่สร้างความประทับใจให้กับเราเป็นอย่างมาก มาแล้วก็อยากจะมาอีกทุกๆ ปีเลยก็ว่าได้ งดงามทั้งธรรมชาติและบรรยากาศ สวยตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะในฤดูหนาวอย่างนี้คุณจะได้เห็นสายหมอก หยอกล้อกับสายน้ำท่ามกลางขุนเขาและป่าสน ให้เราบรรยายอย่างไรก็คงไม่เท่ากับที่คุณได้มาสัมผัสเอง มีบริการให้เช่ารถจักรยาน ที่ปั่นแล้วได้ทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจ จะนั่งม้าแคะเที่ยวชมรอบพื้นที่ก็ได้ หรือถ้าใครไปกับคนรักขอแนะนำให้เช่าแพนั่งชิลล์ๆ กลางสายน้ำก็ได้บรรยากาศดีไปอีกแบบ 1 ลำนั่งได้ 2-3 คน พร้อมคนพาย ราคา 150 บาท มีให้เลือกพักทั้งแบบบ้านพักของโครงการฯ โฮมสเตย์ของชาวบ้าน และลานกลางเต้นท์ เลือกได้ตามชอบ ห้องน้ำสะอาด กว้างขวาง มีลานจอดรถเทปูนอย่างดี หากนักท่องเที่ยวต้องการค้างแรมต้องลงทะเบียนผ่านศูนย์ศิลปาชีพ จังหวัดแม่ฮ่องสอน ก่อนจึงจะสามารถนำรถเข้าปางอุ๋งได้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร. 0-5361-1244 หรือ 08-5618-3303


* 1.jpg (186.07 KB, 700x450 - ดู 1788 ครั้ง.)

* 2.jpg (163.02 KB, 700x450 - ดู 2070 ครั้ง.)

* 3.jpg (140.69 KB, 700x450 - ดู 1732 ครั้ง.)

* 4.jpg (129.23 KB, 700x450 - ดู 1740 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า

busbuddy
Administrator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 845


ดูรายละเอียด
« ตอบ #7 เมื่อ: ธันวาคม 02, 2011, 12:50:26 PM »

ปางอุ๋ง


* 5.jpg (119.3 KB, 700x450 - ดู 1727 ครั้ง.)

* 6.jpg (188.09 KB, 700x450 - ดู 1752 ครั้ง.)

* 7.jpg (147.85 KB, 700x450 - ดู 1731 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า

busbuddy
Administrator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 845


ดูรายละเอียด
« ตอบ #8 เมื่อ: ธันวาคม 02, 2011, 12:53:58 PM »

เราของปิดท้ายทริปนี้กันที่ “อำเภอปาย” อำเภอยอดนิยมของที่ทำให้คนทั่วไปรู้จักแม่ฮ่องสอนมากขึ้น ที่นี่ก็มีสถานที่ท่องเที่ยวหลายแหล่ง เช่นก่อนที่เราจะถึงตัวเมืองปาย ขอให้แวะเที่ยวชมมหัศจรรย์ธรรมชาติที่ “กองแลน” อยู่ด้านซ้ายมือ มีลักษณะคล้ายๆ แพะเมืองผีที่แพร่ แต่มีทางเดินเล็กๆ ให้เดินเที่ยวชมแบบเสียวๆ เหมือนเดินอยู่บนยอดหน้าผา เป็นจุดชมวิวแบบ 360 องศา เป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกที่สวยงาม


* 1.jpg (130.53 KB, 700x450 - ดู 1728 ครั้ง.)

* 2.jpg (176.84 KB, 700x450 - ดู 1786 ครั้ง.)

* 3.jpg (159.08 KB, 700x450 - ดู 1708 ครั้ง.)

* 4.jpg (187.45 KB, 700x450 - ดู 2015 ครั้ง.)

* 5.jpg (162.77 KB, 700x450 - ดู 1689 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า

busbuddy
Administrator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 845


ดูรายละเอียด
« ตอบ #9 เมื่อ: ธันวาคม 02, 2011, 12:55:42 PM »

เลยไปอีกหน่อยด้านขวามือ ก็จะได้พบกับป้าย “โป่งน้ำร้อนท่าปาย” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง เหมาะที่จะมาเล่นน้ำ อาบน้ำแร่จากธรรมชาติ ตามธารน้ำ เมื่อเดินเข้าไปถึงด้านในสุดก็จะเห็นบ่อน้ำที่มีลักษณะน้ำเดือดผุดๆ สามารถนำไข่มาต้มได้ อุณหภูมิความร้อนอยู่ที่ 80 องศาเซลเซียส ซึ่งถือว่าเป็นจุดกำเนิดน้ำแร่ ระหว่างทางออกก็จะพบเห็นแคมป์ช้างมากมายคอยให้บริการนักท่องเที่ยว จะขึ้นนั่งเที่ยวป่า หรือ ซื้ออาหารเลี้ยงช้างก็ได้
   เลยจากจุดนี้ไปก็จะพบกับสะพานเหล็กสีเขียวโดดเด่นอยู่ระหว่างทาง นั่นคือ “สะพานประวัติศาสตร์” ที่นักท่องเที่ยวส่วนมากจะไปยืนโพสต์ท่าสวยๆ กันที่นี่ เป็นสะพานที่ทหารญี่ปุ่นสร้างไว้ใช้ข้ามแม่น้ำปายในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2


* 1.jpg (159 KB, 700x450 - ดู 1683 ครั้ง.)

* 2.jpg (183.98 KB, 700x450 - ดู 1712 ครั้ง.)

* 3.jpg (124.08 KB, 700x450 - ดู 1702 ครั้ง.)

* 4.jpg (123.94 KB, 700x450 - ดู 1672 ครั้ง.)

* 5.jpg (124.64 KB, 700x450 - ดู 1684 ครั้ง.)

* 6.jpg (142.36 KB, 700x450 - ดู 1686 ครั้ง.)

* 1.jpg (130.13 KB, 700x450 - ดู 1683 ครั้ง.)

* 2.jpg (160.12 KB, 700x450 - ดู 1687 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า

busbuddy
Administrator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 845


ดูรายละเอียด
« ตอบ #10 เมื่อ: ธันวาคม 02, 2011, 12:57:25 PM »

พอตกเย็นแวะเดินเล่นที่ “ถนนคนเดินปาย” ในช่วงฤดูท่องเที่ยวจะเปิดขายกันทุกวัน มีทั้งงานอาร์ต ของที่ระลึก ของฝาก เสื้อยืด ผ้าพันคอ กระเป๋า ของกิน ... เยอะแยะไปหมด เรียกว่าถ้ามาเดินเล่นแล้ว จะต้องให้มีเหตุให้คุณได้ควักเงินออกจากกระเป๋าแน่นอน


* 1.jpg (138.28 KB, 700x450 - ดู 1651 ครั้ง.)

* 2.jpg (135.82 KB, 700x450 - ดู 1647 ครั้ง.)

* 3.jpg (132.22 KB, 700x450 - ดู 1660 ครั้ง.)

* 4.jpg (127.97 KB, 700x450 - ดู 1669 ครั้ง.)

* 5.jpg (142.87 KB, 700x450 - ดู 1677 ครั้ง.)

* 6.jpg (118.36 KB, 700x450 - ดู 1661 ครั้ง.)

* 7.jpg (135.81 KB, 700x450 - ดู 1667 ครั้ง.)

* 8.jpg (156.41 KB, 700x450 - ดู 1644 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า

busbuddy
Administrator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 845


ดูรายละเอียด
« ตอบ #11 เมื่อ: ธันวาคม 02, 2011, 12:59:07 PM »

ช่วงเช้ามืดแนะนำให้ไปดูทะเลหมอกที่ บ้านสันติชน เลยจากศูนย์วัฒนธรรมจีนยูนานขึ้นไปประมาณ 1.6 กิโลเมตร ทางลาดชัน สามารถติดต่อรถของชาวบ้านขึ้นไปได้ บางคนจะขึ้นไปรอแสงพระอาทิตย์ยามเช้าตั้งแต่ 04.30 น. เป็นภาพที่สวยงามน่าประทับใจเช่นกัน พอสายๆ ก็ลงมาเดินเล่นที่ ศูนย์วัฒนธรรมจีนยูนาน บ้านสันติชล ซึงมีบ้านดินตั้งเรียงรายอยู่ มีร้านขายของที่ระลึกที่ทำจากบ้านดิน ร้านอาหารจีนยูนาน และมีก้อนหิน สลักชื่อภาษาจีนตัวใหญ่ๆ วางเด่นเป็นสง่า ด้านหลังก้อนหินใช้เป็นเวทีกลางแจ้ง มีร้านกาแฟ ร้านขายชา และร้านวาดรูปเหมือนโดยใช้พู่กันจีน อีกจุดหนึ่งที่ดูสะดุดตาก็คือ ชิงช้าไม้ ที่ตั้งโดดเด่นอยู่กลางสนามหญ้า ที่รายล้อมไปด้วยที่พักซึ่งเป็นบ้านดิน โดยมีที่จอดรถอยู่ด้านหน้าศูนย์ฯ


* 1.jpg (178.9 KB, 700x450 - ดู 1681 ครั้ง.)

* 2.jpg (130.05 KB, 700x450 - ดู 1641 ครั้ง.)

* 3.jpg (157.29 KB, 700x450 - ดู 1634 ครั้ง.)

* 4.jpg (117.83 KB, 700x450 - ดู 1662 ครั้ง.)

* 5.jpg (167.74 KB, 700x450 - ดู 1703 ครั้ง.)

* 6.jpg (149.52 KB, 700x450 - ดู 1654 ครั้ง.)

* 7.jpg (143.74 KB, 700x450 - ดู 1624 ครั้ง.)

* 8.jpg (167.09 KB, 700x450 - ดู 1683 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า

busbuddy
Administrator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 845


ดูรายละเอียด
« ตอบ #12 เมื่อ: ธันวาคม 02, 2011, 01:00:46 PM »

ก่อนกลับเข้าไปในตัวเมืองปายอีกครั้ง ควรแวะ “วัดน้ำฮู” เพื่อกราบสักการะพระอุ่นเมือง พระพุทธรูปสิงห์สามอายุประมาณ 500 ปี สร้างด้วยโลหะทองสัมฤทธิ์ หน้าตักกว้าง 28 นิ้ว สูง 30 นิ้ว ปางมารวิชัย พระพุทธรูปองค์นี้มีพระเศียรกลวง ส่วนบนเปิดปิดได้ โดยมีน้ำซึมออกมาอยู่เสมอ ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวนิยมของน้ำมนต์ที่ออกจากเศียรท่านไปสักการะ บูชา เพราะถือว่าเป็นสิ่งอันเป็นมงคลอย่างหนึ่ง
   ที่ปายมีทั้งที่กินและที่พักให้เลือกมากมาย ตามไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน สนนราคาก็มีให้เลือกตั้งแต่หลักร้อย หลักพัน ยันหลักหมื่นกันเลยที่เดียว
   ด้วยพื้นที่ที่จำกัด ฉบับนี้เราเลยขอจบทริปการพาไปสัมผัสอากาศหนาวที่แม่ฮ่องสอนแต่เพียงเท่านี้ก่อน โอกาสหน้าเราจะเก็บตกสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามและน่าสนใจอื่นๆ มาให้คุณผู้อ่านได้สนุกตื่นตาไปกับเรา ทั้งจุดชมวิวดอยกิ่วลม ถ้ำลอด ถ้ำปลา ป่านสน และ ห้วยน้ำดัง เป็นต้น


ความสุขจากการท่องเที่ยวไม่ได้อยู่ที่การถึงจุดมุ่งหมาย...แต่อยู่ที่สีสันความสนุกระหว่างทาง
และผู้ที่ร่วมทางไปกับเรา


* 1.jpg (121.61 KB, 700x450 - ดู 1648 ครั้ง.)

* 2.jpg (137.14 KB, 700x450 - ดู 1641 ครั้ง.)

* 3.jpg (131.99 KB, 700x450 - ดู 1633 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า

busbuddy
Administrator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 845


ดูรายละเอียด
« ตอบ #13 เมื่อ: ธันวาคม 02, 2011, 01:06:12 PM »

Tips การเดินทาง
•   รถยนต์ส่วนตัว

มีให้เลือก 3 เส้นทาง คือ
- เส้นทางที่ 1 : ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 ไปจนถึง อำเภอเถิน จังหวัดลำปาง เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 106 จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 1103 เส้นทางนี้จะผ่านเข้าสู่อำเภอฮอด  แล้วจึงใช้ทางหลวง หมายเลข 108 สู่จังหวัดแม่ฮ่องสอนมีถนนเพียงสายเดียว คือ ทางหลวงหมายเลข 108 ผ่านอำเภอ หางดง สันป่าตอง จอมทอง ฮอด แม่สะเรียง แม่ลาน้อย และขุนยวม มาถึงอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน รวมระยะทางประมาณ 349 กิโลเมตร เส้นทางสายนี้ระยะทางไกลเป็นทางตัดขึ้นเขาสูง แต่มีความสวยงามและคดเคี้ยวนับได้มากถึง 1,864 โค้ง
- เส้นทางที่ 2 : ใช้ทางหลวงสายเอเชีย ผ่านจังหวัดนครสวรรค์ กำแพงเพชรจนถึงลำปาง จากนั้นเข้าทางหลวง หมายเลข11 จนถึงเชียงใหม่ จากเชียงใหม่ไปแม่ฮ่องสอน เข้าทางอำเภอแม่แตง-อำเภอปาย โดยใช้ทางหลวงหมายเลข 107  แล้วเข้าแยกซ้ายสู่แม่แตง ตามทางหลวงหมายเลข 1095 (เส้นทางสายแม่มาลัย-ปาย) ตัดจากอำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ เข้าสู่อำเภอปายจนถึงแม่ฮ่องสอน เส้นทางนี้ยังเป็นเส้นทางผ่านไปยังสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ด้วย อาทิ ห้วยน้ำดัง และถ้ำต่างๆ เป็นถนนลาดยางอย่างดีตลอดสาย
- เส้นทางที่ 3 : เส้นทางนี้สั้นกว่าเส้นทางแรก แต่ระหว่างทางจะไม่มีปั๊มน้ำมันใหญ่ๆ และสิ่งอำนวยความสะดวก ออกจากเชียงใหม่ ใช้ทางหลวงหมายเลข108 ผ่านอำเภอ หางดง-สันป่าตอง-จอมทอง- ฮอด จนถึงหลักกิโลเมตรที่ 20 เลี้ยวขวาไปตามทางหลวงหมายเลข 1088 ผ่านอำเภอแม่แจ่ม ไปเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 1263 ที่สามแยกแม่ศึก บ้านแม่นาจร ผ่านปางอุ๋ง แยกดอยแม่อูคอ แล้วมาเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 108 มุ่งสู่อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน
•   รถโดยสารประจำทาง
จากกรุงเทพฯ มีรถโดยสารปรับอากาศออกจากสถานีขนส่งกรุงเทพฯ (จตุจักร) ทุกวัน สอบถามรายละเอียดและตารางเดินรถได้ที่ Call Center  โทร.1490 เรียก บขส.
บันทึกการเข้า

หน้า: 1   ขึ้นบน
พิมพ์
กระโดดไป: