หน้า: 1   ลงล่าง
ผู้เขียน หัวข้อ: เที่ยวครบรส สนุกครบเครื่อง กับ 3 อำเภอของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์  (อ่าน 8759 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
busbuddy
Administrator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 845


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: สิงหาคม 15, 2011, 03:00:56 PM »

เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมาเราได้พาคุณผู้อ่านไปเที่ยวอำเภอหัวหิน ซึ่งเป็นอำเภอยอดฮิตของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์กันไปแล้ว แต่ด้วยจังหวัดนี้ไม่ได้มีดีแค่เพียงอำเภอเดียว วันนี้ทางทีมงานจึงได้มีมติเป็นเอกฉันท์ที่จะพาคุณผู้อ่านมาเที่ยวยังจังหวัดนี้กันอีกครั้ง พบกับเสน่ห์ของ 3 อำเภอ คือ อำเภอปราณบุรี อำเภอสามร้อยยอด และอำเภอกุยบุรี ที่เรารู้ดีว่ายังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจและให้อรรถรสในการท่องเที่ยวที่แตกต่างรอคุณอยู่ในบริเวณนี้อีกมาก

เมื่อขับรถมาทางถนนเพชรเกษมจากอำเภอหัวหินมุ่งหน้าสู่อำเภอปราณบุรีสถานที่แห่งแรกที่เราจะพบเห็นก็คือ ศาลเจ้าแม่ทับทิมทอง ที่ตั้งอยู่บนยอดเขาริมแม่น้ำปราณบุรี ภายในศาลประดิษฐานรูปปั้นเจ้าแม่เทียนโหวเซี้ยบ้อ หรือ เจ้าแม่ทับทิมทอง ซึ่งมีความศักดิ์สิทธิ์เป็นที่นับถือของชาวปากน้ำปราณอย่างมาก ถ้ามาที่นี่แล้วควรแวะกราบสักการะท่านเพื่อเป็นสิริมงคล  และจุดนี้ยังถือเป็นจุดชมวิวจุดหนึ่งที่มีความสวยงาม สามารถมองเห็นแม่น้ำปราณบุรี และวิถีชุมชนของชาวปากน้ำปราณได้จากมุมสูง ทางขึ้นสะดวกสบายสามารถขับรถขึ้นไปได้ ขับตรงมาอีกหน่อยประมาณ 3 กิโลเมตรจะมีป้ายบอกให้ตรงไปยังศูนย์ศึกษาเรียนรู้ระบบนิเวศป่าชายเลนสิรินาถราชินี ซึ่งเป็นศูนย์เรียนรู้ด้านการฟื้นฟูป่าชายเลนจากนากุ้งร้างแห่งแรกของประเทศไทย ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าคลองเก่า – คลองคอย ตำบลปากน้ำปราณ อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พื้นที่ทั้งหมด 848 ไร่ เป็นโครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสทรงครองราชย์ปีที่ 50 ในพุทธศักราช 2539  เพื่อสนองต่อพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในการที่จะพัฒนาและฟื้นฟูผืนป่า ด้วยเพราะทรงห่วงใยสถานการณ์ป่าชายเลนบริเวณปากน้ำปราณบุรีที่ถูกบุกรุกทำลายเป็นจำนวนมาก ซึ่ง บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ได้เข้าร่วมโครงการฯ และพัฒนามาอย่าต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถพระราชทานนามศูนย์แห่งนี้ว่า “สิรินาถราชินี” แปลว่า ที่พึ่งอันยิ่งใหญ่ไพศาล
บริเวณด้านหน้าศูนย์เป็นห้องจัดแสดงนิทรรศการมีชีวิต รวบรวมอุปกรณ์เครื่องใช้ รวมถึงจัดแสดงวิถีชีวิตของชาวบ้านบริเวณปากน้ำปราณจากอดีตจนถึงปัจจุบัน ในบรรยากาศเรือนไม้สถาปัตยกรรมท้องถิ่น ประทับใจกับการเดินชมเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ที่มีรายละเอียดให้ความรู้เพิ่มเติมตลอดเส้นทาง พร้อมชม “ต้นโกงกางประวัติศาสตร์” ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงปลูกไว้ ชมภาพผืนป่าสีเขียวชอุ่มแบบ 360 องศา ณ หอชะคราม เป็นหอชมวิวที่สูงเท่ากับตึก 6 ชั้น สนุกเพลิดเพลินไปกับบรรยากาศที่ร่มรื่นของแมกไม้นานาพันธุ์ และสิ่งมีชีวิตตลอดเส้นทางเดิน ประทับใจกับมหัศจรรย์ป่าคนสร้างได้ทุกวัน เวลา 8.30–16.30 น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร. 0-3263-2255


* 1.jpg (111.65 KB, 700x450 - ดู 3618 ครั้ง.)

* 2.jpg (139.28 KB, 700x450 - ดู 2935 ครั้ง.)

* 3.jpg (172.78 KB, 700x450 - ดู 3204 ครั้ง.)

* 4.jpg (160.65 KB, 700x450 - ดู 3286 ครั้ง.)

* 5.jpg (150.33 KB, 700x450 - ดู 2929 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า

busbuddy
Administrator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 845


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1 เมื่อ: สิงหาคม 15, 2011, 03:02:11 PM »

ศูนย์ศึกษาเรียนรู้ระบบนิเวศป่าชายเลนสิรินาถราชินี


* 1.jpg (118.8 KB, 700x450 - ดู 2915 ครั้ง.)

* 2.jpg (190.3 KB, 700x450 - ดู 2884 ครั้ง.)

* 3.jpg (125.29 KB, 567x364 - ดู 3290 ครั้ง.)

* 4.jpg (146.54 KB, 700x450 - ดู 2857 ครั้ง.)

* 5.jpg (173.57 KB, 700x450 - ดู 3159 ครั้ง.)

* 6.jpg (182.59 KB, 700x450 - ดู 5368 ครั้ง.)

* 7.jpg (155.16 KB, 700x450 - ดู 2867 ครั้ง.)

* 8.jpg (179.67 KB, 700x450 - ดู 3045 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า

busbuddy
Administrator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 845


ดูรายละเอียด
« ตอบ #2 เมื่อ: สิงหาคม 15, 2011, 03:03:52 PM »

จากนั้นขับรถตรงมาตามทางเลียบถนนชายหาดปากน้ำปราณฯ เราจะเห็นเส้นบรรจบของแผ่นฟ้าและผืนน้ำที่ยาวไกลสุดลูกหูลูกตากันเลยทีเดียว บริเวณนี้จะมีบริการโรงแรม รีสอร์ท ห้องพัก ร้านอาหาร และสถานที่ชิลล์เอ้าท์เล็กๆ เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวอยู่หลายแห่ง เลือกได้ตามงบประมาณในกระเป๋าของแต่ละคน ซึ่งจะทอดยาวลงไปทางใต้จนถึงชายหาดนเรศวรบริเวณเขากะโหลก ชายหาดแถวบริเวณปราณบุรีนี้มีความเงียบสงบเหมาะแก่การพักผ่อนเป็นอย่างมาก กิจกรรมที่นิยมกันก็จะเป็นการขี่จักรยานเลียบถนนชายหาด เล่นน้ำทะเล ขับเจ็ตสกี หรือจะเล่นบานาน่าโบ๊ทก็มีบริการ พอตกดึกก็มีกิจกรรมพาออกเรือไปไดหมึกสัมผัสกับอาชีพการทำประมงของชาวบ้านท้องถิ่นว่า กว่าที่จะมีอาหารทะเลสดๆ มาให้เรารับประทานกันมันยาก และต้องใช้ความอดทนมากแค่ไหน แต่ก็ถือว่าเป็นกิจกรรมที่สนุกและตื่นเต้นดีเหมือนกัน
 เลยไปเที่ยวแถวอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอดกันบ้าง ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากอำเภอปราณบุรีมากนัก ระหว่างเส้นทางก็พบกับ “วัดตาลเจ็ดยอด” เป็นอีกหนึ่งแห่งที่ไม่ควรพลาด เพราะเป็นสถานที่ประดิษฐานองค์รูปเหมือน สมเด็จพระพุฒจาร์ย โต พรหมรังสี ขนาดใหญ่หน้าตักกว้าง 11 เมตร สูง 18 เมตร หล่อมาจากโลหะทองเหลือง มีความโดดเด่นเป็นสง่าอย่างมาก เบื้องหน้าหันไปทางเทือกเขาสามร้อยยอด สถานที่กว้างขวาง ร่มเย็นไปด้วยกลิ่นไอรสพระธรรมอยู่โดยรอบ ควรแวะมากราบสักการะขอพรก่อนออกเดินทางไปท่องเที่ยวยังสถานที่ต่อไปที่ไม่ไกลจากจุดนี้มากนักนั่นคือ “บึงบัว” ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด ก่อนจะเข้าไปต้องซื้อบัตรผ่านประตูก่อน ราคาท่านละ 40 บาท และ 30 บาทสำหรับยานพาหนะ ซื้อแค่ครั้งเดียวก็สามารถเที่ยวชมสถานที่ต่างๆ ของอุทยานฯ ได้ตลอดทั้งวัน


* 1.jpg (117.51 KB, 700x450 - ดู 2809 ครั้ง.)

* 2.jpg (160.96 KB, 700x450 - ดู 2849 ครั้ง.)

* 3.jpg (160.02 KB, 700x450 - ดู 3120 ครั้ง.)

* 4.jpg (190.76 KB, 700x450 - ดู 2776 ครั้ง.)

* 5.jpg (140.59 KB, 700x450 - ดู 2757 ครั้ง.)

* 1.jpg (116.26 KB, 700x450 - ดู 2747 ครั้ง.)

* 2.jpg (116.8 KB, 700x450 - ดู 2751 ครั้ง.)

* 3.jpg (185.76 KB, 700x450 - ดู 2724 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า

busbuddy
Administrator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 845


ดูรายละเอียด
« ตอบ #3 เมื่อ: สิงหาคม 15, 2011, 03:05:22 PM »

“บึงบัว” เป็นสถานที่เดินศึกษาธรรมชาติพรรณไม้น้ำ บนสะพานไม้ยกระดับที่ทอดยาวลงไปกลางบึง ช่วงที่เราไปไม่ค่อยมีบัวสักเท่าไหร่นัก ด้วยเจ้าหน้าที่บอกว่าอาจจะเกิดจากอากาศที่ปรวนแปรอยู่ทั่วโลก ในขณะนี้อยู่ก็เป็นได้ แต่แค่ได้มาเดินเล่น สูดอากาศบริสุทธิ์อยู่กลางบึงบัว เราก็ว่าคุ้มแล้ว มีศาลากลางน้ำให้นั่งแวะพักอยู่ 3-4 จุด พร้อมด้วยฉากหลังเป็นวิวเขาหินปูนสลับซับซ้อนของเทือกเขาสามร้อยยอด ภาพนี้ช่างเป็นความงดงามของธรรมชาติเหนือคำบรรยายจริงๆ


* 1.jpg (165.72 KB, 700x450 - ดู 2834 ครั้ง.)

* 2.jpg (143.98 KB, 700x450 - ดู 2921 ครั้ง.)

* 3.jpg (142.88 KB, 700x450 - ดู 2701 ครั้ง.)

* 5.jpg (159.03 KB, 700x450 - ดู 2702 ครั้ง.)

* 7.jpg (157.23 KB, 700x450 - ดู 2785 ครั้ง.)

* 8.jpg (161.42 KB, 700x450 - ดู 2714 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า

busbuddy
Administrator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 845


ดูรายละเอียด
« ตอบ #4 เมื่อ: สิงหาคม 15, 2011, 03:06:45 PM »

เดินเล่นปลดปล่อยอารมณ์ไปกับธรรมชาติขอบึงบัวกันแล้วก็ไปต่อกันที่ “ถ้ำพระยานคร” อีกหนึ่งสถานที่อันซีนไทยแลนด์ ที่เป็นงานสร้างสรรค์ระหว่างธรรมชาติและฝีมือมนุษย์ การเดินทางมีให้เลือก 2 แบบ คือ เดินเลาะริมเขาจากชายหาดบางปูไปถึงหาดแหลมศาลา แล้วเดินต่อขึ้นเขาที่แหลมศาลาไปอีก 430 เมตร แบบนี้ต้องใช้ความอึดเป็นตัวช่วยอย่างมาก อีกแบบเป็นการโดยสารทางเรือไปครึ่งทางแล้วค่อยไปขึ้นฝั่งที่ชายหาดบางปูเดินขึ้นเขาต่อไปอีก 430 เมตรเช่นกัน ควรพกยากันยุ่งแบบทาไปด้วยเพราะบริเวณตีนเขามียุ่งป่าค่อนข้างชุม ที่สำคัญ “น้ำเปล่า” ก็ขาดไม่ได้เพราะกว่าจะเดินถึงก็หอบแฮ๊กๆ พักอยู่หลายยกกันทีเดียว มีบริการมักคุเทศตัวน้อยคอยนำทางและให้ข้อมูล เมื่อเดินเข้ามาถึงบริเวณในตัวถ้ำก็จะพบกับหินงอกหินย้อย จุดเด่นของถ้ำนี้อยู่ที่มีพลับพลาแบบจัตุรมุขประดิษฐานอยู่ มีชื่อว่า “พระที่นั่งคูหาคฤหาสน์” ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดฯ ให้สร้างขึ้น ในช่วงเช้าประมาณ 10 – 11 โมง เป็นเวลาที่ดีที่สุดในการมาเที่ยวที่นี่ เพราะเราจะได้เห็นลำแสงของพระอาทิตย์ส่องลงมาจากปล่องปากถ้ำด้านบนส่งตรงมายังพระที่นั่งฯ แห่งนี้ ดุจดั่งสปอตไลท์ที่เพิ่มเสน่ห์และความงดงามได้เป็นอย่างดี


* 1.jpg (127.17 KB, 700x450 - ดู 2673 ครั้ง.)

* 2.jpg (190.91 KB, 700x450 - ดู 4827 ครั้ง.)

* 3.jpg (114.05 KB, 700x450 - ดู 2735 ครั้ง.)

* 4.jpg (154.17 KB, 700x450 - ดู 2684 ครั้ง.)

* 5.jpg (175.26 KB, 700x450 - ดู 2663 ครั้ง.)

* 6.jpg (166.4 KB, 700x450 - ดู 2675 ครั้ง.)

* 7.jpg (170.7 KB, 700x450 - ดู 2716 ครั้ง.)

* 8.jpg (190.2 KB, 700x450 - ดู 2652 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า

busbuddy
Administrator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 845


ดูรายละเอียด
« ตอบ #5 เมื่อ: สิงหาคม 15, 2011, 03:08:53 PM »

ปิดท้ายทริปด้วยการไปชมช้างป่าและกระทิง ณ อุทยานแห่งชาติกุยบุรี หรือที่รู้จักกันดีในนาม “ป่าซาฟารีเมืองไทย” ด้วยเพราะผืนป่ามีความอุดมสมบูรณ์จึงทำให้มีสัตว์นานาชนิดอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะช้างป่าที่อยู่กันอย่างชุกชุม และเหล่าฝูงวัวกระทิง ที่จะออกมาหาอาหารกินในช่วงเย็น ช่วงเวลาที่ดีที่สุดก็ประมาณ 15.00 – 18.00 น. และต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ในการนำทาง หากไม่ได้ขับรถกระบะมาก็มีบริการพาเที่ยวด้วยรถยนต์ของชาวบ้านผู้ชำนาญพื้นที่ ครั้งละประมาณ 700 บาท ระหว่างทางที่ขับเข้าไปจะเห็นขี้ช้างอยู่เต็มถนนไปหมด แต่ก็ยังไม่เจอตัวช้างสักที แต่พอมาถึงยังจุดของอุทยานฯ ด้านใน บริเวณนี้มีบริการบ้านพัก 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำให้สำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากใกล้ชิดกับช้างแบบสุดๆ  ด้านข้างจะมีหนองน้ำขนาดใหญ่ ซึ่งเจ้าหน้าที่บอกกับเราว่า จุดนี้ช้างจะต้องลงมากินน้ำหรือเล่นน้ำบ้างในช่วงเย็น และต้องใช้ความความเงียบสงบในการดูเพราะช้างป่าเป็นสัตว์ที่ขี้ระแวงตกใจง่าย โชคดีมากเพราะเรารอเพียงไม่นานก็เห็นช้างป่าขนาดกลางตัวหนึ่งลงมาเล่นน้ำ ตื่นเต้นกว่าที่คิดเอาไว้เสียอีก ห่างจากจุดนี้ไปอีกประมาณ 3 กิโลฯ จะเป็นจุดชมฝูงวัวกระทิง โดยมีกล้องส่องทางไกลเป็นอุปกรณ์เสริมเพื่อเราจะได้มองเห็นกระทิงได้ชัดเจนขึ้น เพราะมันอยู่ไกลมากๆ เรียกว่าเขาคนละลูกเลยก็ว่าได้ ดูกระทิงกันจนเต็มอิ่มแล้วก็ถือว่าจบทริป กลับไปเอารถที่จอดไว้ยังหน่วยอุทยานฯ ด้านหน้า แต่ที่ไหนได้เรามีโชว์แถมเพราะระหว่างเส้นทางกลับเราพบกับช้างป่าหนุ่มเปรียวที่กำลังกินหญ้าอยู่ริมข้างทาง จอดรถถ่ายได้แป๊ปเดียวพี่เจ้าหน้าที่ก็ค่อยๆ เลื่อนรถไปเพราะช้างป่าเดินเร็วมาก การมาเที่ยวอย่างนี้ทำให้รู้สึกประทับใจและตื่นเต้นตลอดเส้นทาง เพราต้องคอยลุ้นอยู่ตลอดว่าเราจะพบกับช้างป่า หรือสัตว์ป่าชนิดไหนอีก อย่างนี้นี่เองที่เค้าเรียกว่า ซาฟารีเมืองไทย
การเดินทางมาที่นี่หาไม่ยาก โดยใช้ถนนเพชรเกษมขับมุ่งหน้าลงใต้มายังอำเภอกุยบุรี ก่อนทางเข้าจะมีช้างปูนโขลงใหญ่ยืนเกาะกลุ่มเชิญชวนให้ไปเที่ยวกัน ก็เลี้ยวขวาเข้าไป ขับไปตามป้าย ชมช้างป่ากุยบุรี/บ้านรวมไทย มีป้ายบอกตลอดเส้นทางประมาณ 15 กิโลเมตร สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร. 0-3264-6292


* 1.jpg (185.05 KB, 700x450 - ดู 3072 ครั้ง.)

* 2.jpg (127.53 KB, 700x450 - ดู 2649 ครั้ง.)

* 3.jpg (129.91 KB, 700x450 - ดู 2584 ครั้ง.)

* 4.jpg (168.48 KB, 700x450 - ดู 2762 ครั้ง.)

* 5.jpg (164.54 KB, 700x450 - ดู 2645 ครั้ง.)

* 6.jpg (129.56 KB, 700x450 - ดู 2607 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า

busbuddy
Administrator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 845


ดูรายละเอียด
« ตอบ #6 เมื่อ: สิงหาคม 15, 2011, 03:16:01 PM »

การเดินทาง

            รถยนต์ส่วนตัว
ใช้ทางหลวงหมายเลข 35 เส้นทางสายธนบุรี-ปากท่อ ผ่านจังหวัดสมุทรสาคร สมุทรสงคราม จากนั้นเลี้ยวซ้ายมุ่งหน้าสู่ถนนเพชรเกษม ของทางหลวงหมายเลข 4 ผ่านจังหวัดเพชรบุรี เข้าสู่เขตจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ผ่านอำเภอหัวหินมุ่งหน้าตรงมาที่อำเภอปราณบุรี  
    รถโดยสารประจำทาง  
สามารถใช้บริการรถโดยสารประจำทาง จากกรุงเทพฯ มุ่งหน้าลงสู่ภาคใต้ได้ทุกสาย ที่สถานีขนส่งสายใต้ ได้เป็นประจำทุกวัน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ Call Center โทร.1490 เรียก บขส. หรือที่ www.transport.co.th  


ถนนชายหาดปากน้ำปราน


* 1.jpg (98.43 KB, 700x450 - ดู 2586 ครั้ง.)

* 5.jpg (170.91 KB, 700x450 - ดู 2625 ครั้ง.)

* 6.jpg (183.25 KB, 700x450 - ดู 2567 ครั้ง.)

* 4.jpg (179.92 KB, 700x450 - ดู 2639 ครั้ง.)

* 3.jpg (130.06 KB, 700x450 - ดู 2558 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า

หน้า: 1   ขึ้นบน
พิมพ์
กระโดดไป: