มุมสุขภาพ
 
 

+ รักษาสุขภาพฟันด้วยสมุนไพรใกล้ตัว

 
 

สมุนไพรใกล้ตัวนี่แหละที่จะเนรมิตสุขภาพฟันให้แข็งแรง พร้อมความขาวเงางามเป็นประกาย ขอบอก!!!
1. เกลือ วิธีใช้ ใช้อมก่อนการแปรงฟันตอนเช้า จากนั้นค่อยแปรงฟันตามปกติ นอกจากเกลือจะช่วยดับกลิ่นปากได้แล้ว เกลือก็ยังสามารถช่วยลดอาการปวดฟันได้เป็นอย่างดีอีกด้วย
2. เกลือทะเล เปลือกมะขามเทศ หัวข่าแดง วิธีใช้ นำมาต้มอย่างละ 1 ส่วน แล้วทำการกรองน้ำออก นำมาอมก่อนการแปรงฟัน อมและบ้วนออก ทำบ่อยๆ ฟันและเหงือกจะแข็งแรงดี
3. น้ำมันมะพร้าว วิธีใช้ ให้อมน้ำมันมะพร้าวก่อนการรับประทานอาหารเช้า 2 ช้อนชา ใช้เวลาประมาณ 15 นาที แล้วบ้วนออก เพราะน้ำมันมะพร้าว จะทำให้น้ำลายไปดึงพวกเชื้อแบคทีเรียออกมาจากข้างใน และที่สำคัญห้ามกลืนลงคอ ให้บ้วนทิ้งเท่านั้น
4. ใบข่อย วิธีใช้ ให้นำเปลือกข่อยมาสักหนึ่งคืบ แล้วลอกเปลือกออก จากนั้นให้เคี้ยวๆ แล้วคายทิ้ง ส่วนกาบของข่อย ให้นำมาถูกฟัน จะทำให้ฟันขาว สะอาด วิธีนี้ลองถามผู้เฒ่าผู้แก่ รับรองได้รับการยืนยันการันตีว่าได้ผล
5. ใบพลู หรือ ใบฝรั่ง มีประโยชน์ ในการดับกลิ่นปาก วิธีใช้คือ น้ำใบฝรั่งมาล้างให้สะอาด จากนั้นนำใบมาเคี้ยว ๆ แล้วบ้วนทิ้ง
6. ใบชา จะใช้ในการบ้วนปาก คือน้ำใบชาไปต้ม แล้วนำน้ำที่ได้ มาใช้บ้วนปากแทนน้ำยาบ้วนปาก

 
 

 

+แสงแดดเกี่ยวอะไรกับโรคซึมเศร้า
 

 

ต้องยอมรับว่าปัจจุบันนี้ผู้ป่วยโรคซึมเศร้านั้นมีจำนวนมากขึ้น ไม่ว่าจะเพราะปัจจัยทางด้านความเครียด ฮอร์โมน
ภาวะกดดันในจิตใจ ฯลฯ โดยส่วนใหญ่มักมีความรู้สึกเหนื่อยอ่อน วิตกกังวล และง่วงซึม ซึ่งนับเป็นส่วนหนึ่งของอาการของผู้ป่วยโรคซึมเศร้า
ซึ่งโรคนี้สามารถรักษาให้หายด้วยการบำบัดทางยา จิตบำบัด และธรรมชาติบำบัด โดยเฉพาะการบำบัดด้วยแสง ซึ่งพิสูจน์แล้วว่าการ
ได้รับแสงแดดทุกเช้าเป็นเวลา 30 - 60 นาที จะช่วยรักษาอาการเหล่านี้ได้ แสงแดดอ่อนๆ จะช่วยลดฮอร์โมนเมลาโทนิน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่สร้างขึ้นจากต่อมไพเนียเพื่อควบคุมการนอนหลับ โดยเมลาโทนินนั้นจะถูกกระตุ้นด้วยความมืดและยับยั้งด้วยแสงสว่าง ดังนั้นการได้รับแสงแดดยามเช้าจึงช่วยให้ผู้ป่วยสดชื่นและกระปรี้กระเปร่าขึ้นได้ 
แต่ถึงแม้ว่าเมลาโทนินจะเป็นผลเสียกับผู้ป่วยโรคซึมเศร้าแต่สำหรับคนทั่วไปควรเข้านอนแต่หัวค่ำ
เพื่อให้ร่างกายได้ผลิตสารดังกล่าวเพื่อจะเป็นส่วนช่วยในการต้านอนุมูลอิสระ และทำให้ริ้วรอยก่อนวัยไม่มาเร็วเกินไป
แถมยังช่วยให้เราหลับฝันดีอีกด้วย
ดังนั้นจะใช้แสงในการบำบัดร่างกายอย่างไรก็ควรเลือกให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคลด้วย

 

 


 
 

+ มาปรับระบบย่อยอาหารกันเถอะ

 
 

หากคุณมักมีอาการท้องไส้ปั่นป่วนและท้องอืดท้องเฟ้ออยู่เป็นประจำ ลองขจัดอาการเหล่านี้โดยการปรับอาหารเพียงนิดเดียว
หลีกเลี่ยง ขนมปังขาว เค้ก บิสกิต น้ำอัดลม และน้ำหวาน อาหารเหล่านี้มีแคลอรีสูงแต่สารอาหารต่ำ แถมยังมีน้ำตาลซึ่งเป็นอาหารของแบคทีเรียอยู่มาก ทำให้เกิดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ และแน่นท้องได้ ทั้งยังไม่มีเส้นใยอาหารจึงอาจหมักหมมในทางเดินลำไส้ ทำให้เชื้อแคนดิดาเจริญเติบโตได้ดี
ลองเพิ่ม  ลูกเบอร์รี่ น้ำผักผลไม้ ถั่ว (โดยเฉพาะอัลมอนด์) แซลมอน หรือปลาขนาดเล็ก และผักสีเขียวเข้มอย่าง ร็อกเก็ตซึ่งอาหารเหล่านี้ล้วนแต่ช่วยทำความสะอาดลำไส้ทั้งนั้น  การรับประทานแอปเปิ้ลก็จะช่วยให้ท้องไส้รู้สึกสบายยิ่งขึ้น



 

 

+ ว่ากันว่าสาวเลือดกรุ๊ป O ตั้งครรภ์ยากจริงหรือนี่

 

ไม่นานมานี้นักวิจัยLubna Pal จากYale University School of Medicine เปิดเผยในวารสาร Human Reproduction
ฉบับออนไลน์ว่าสาวๆ ที่มีเลือดกรุ๊ปโอในวัย30 จะมีโอกาสที่รังไข่จะผลิตไข่น้อยลงและไข่นั้นก็ยังมีความไปได้ที่จะล้มเหลวในการทำ
IVF
(เทคโนโลยีช่วยสืบพันธุ์โดยใช้การปฏิสนธินอกร่างกาย)มากกว่าผู้หญิงกรุ๊ปเลือดอื่นในวัยเดียวกันอย่างไรก็ดีนักวิจัยเตือนว่าผู้หญิงที่แข็งแรง
ดีไม่ควรจะวิตกกังวลเกินไปว่าจะไม่สามารถมีลูกเพียงแต่จะช่วยให้คุณเข้าใจถึงปัญหาได้ก่อนที่จะสายไปนั่นเอง หากอยากตั้งครรภ์
การหมั่นดูแลสุขภาพของคุณและคู่รักให้แข็งแรงพร้อมทั้งกายใจ น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด

 

 
 


 
 
 

Copyright © นิตยสารคู่หูเดินทาง / MJ Media Company Limited